Yongguk x Daehyun

ยูยองแจนั่งถอนหายใจอยู่ร่วมชั่วโมงตั้งแต่พาชเวจุนฮงกลับมาบ้าน เขาถือวิสาสะยกเลิกงานทั้งหมดของน้องชายโดยให้เหตุผลกับทางกองถ่ายว่าไม่สบายก่อนพาเด็กตัวสูงหลบออกมาทางด้านหลังเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต วันนี้จุนฮงยอมเชื่อฟังเขาง่ายๆ ก็จริงอยู่ แต่ถ้าหากเชื่อฟังกันแล้วต้องกลายมาเป็นคนไร้วิญญาณไม่ยอมพูดจาสีหน้าอมทุกข์แบบนี้ ยูยองแจก็ไม่ต้องการเช่นกัน
จุนฮงผล็อยหลับไปทั้งน้ำตา ครั้งสุดท้ายที่เขาถูกตัว ยองแจรู้สึกว่าอีกฝ่ายตัวรุมๆ เหมือนคนเป็นไข้จึงได้โทรตามหมอมาดูอาการ ก็ได้ความว่าเป็นไข้จริงๆ
แต่น่าจะเป็นไข้ใจที่ลุกลามกัดกินไปทั่วทั้งร่างกายเสียมากกว่า...
“ไม่ต้องวิตกขนาดนั้นหรอกน่ายองแจ...ฉันฉีดน้ำเกลือให้แล้ว พักผ่อนมากๆ เดี๋ยวก็คงดีขึ้น” พีเนียล หรือที่รู้จักกันดีในนาม ‘คุณหมอชิน’ พูดขณะก้มลงเก็บอุปกรณ์การแพทย์ที่เตรียมมาใส่กระเป๋าแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองหน้าหวานๆ ของเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้ม “นายไม่คิดจะหันมาชอบฉันจริงๆ เหรอยองแจ?”
“นายก็รู้ว่าฉัน...”
“รักจุนฮง” เป็นเสียงของพีเนียลที่เติมประโยคให้จนสมบูรณ์ก่อนชายหนุ่มจะถอนหายใจออกมา “นายเนี่ยน้า...อะไรๆ ก็จุนฮง จุนฮง เอาชนะใจนายมันยากจริงๆ เลยนะยองแจ”
พีเนียลพูดอย่างสบายๆ เพราะถูกเลี้ยงมาตามสไตล์เด็กฝรั่ง อีกทั้งเขาก็ชินเสียแล้วกับการถูกยูยองแจปฏิเสธ เพราะงั้นถึงได้ต้องเทียวจีบแบบทีเล่นทีจริงมาตลอดเพื่อจะได้ไม่เป็นการทำร้ายหัวใจของตัวเองจนเกินไป แต่ยองแจก็ไม่มีท่าทีจะหวั่นไหวเลยให้ตายเถอะ
“เดี๋ยวไปส่งนะ” ยองแจยิ้มหวานแล้วรุนหลังเพื่อนสนิทที่สนิทไม่แพ้กับจองแดฮยอนไปที่ประตู ทว่าจู่ๆ คุณหมอลูกครึ่งก็หันมาคว้าตัวเขาเข้าไปกอดเสียแน่นไม่ทันให้ได้ตั้งตัว ก่อนจะผละออกแล้วยิ้มกว้างแป้นแล้นส่งให้
“ตัดใจได้เมื่อไหร่ยินดีรักษาหัวใจให้ฟรีนะ”
ยองแจตีแขนเพื่อนจอมฉวยโอกาสไปหนึ่งที หากแต่ก็อดยิ้มกับความขี้เล่นของพีเนียลไม่ได้สักครั้ง ทั้งสองพากันเดินออกจากห้องนอนพร้อมๆ กับเสียงหัวเราะ...ที่แม้จะไม่ได้ดังมากนัก
แต่กลับดังก้องชัดเจนในโสตประสาทของชเวจุนฮง
นัยน์ตาสีเทาค่อยๆ ขยับลืมขึ้นท่ามกลางความมืดที่ปกคลุมไปทั่วทั้งหัวใจ พร้อมกับความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่...
จุนฮงไม่เคยรู้ แล้วก็ไม่เคยคิดด้วยว่ายูยองแจ...ชอบเขา
ถึงบางครั้งจะเคยนึกเอะใจอยู่บ้างที่ยองแจคอยอยู่เคียงข้างกันเสมอ ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยทำตัวดีๆ ด้วยเลยสักครั้ง
พี่อยากให้จุนฮงลองมองคนใกล้ตัวดูบ้าง...คนที่รักและคอยอยู่ข้างๆ จุนฮงตลอดเวลา
หรือว่ายูยองแจคือคนๆ นั้น?
คนที่พี่แดฮยอนพยายามจะบอกกัน?
มันน่าแปลกที่จุนฮงไม่ได้รู้สึกรังเกียจที่พี่ชายต่างสายเลือดมอบความรู้สึกที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นระหว่างสองเราให้กับเขา น่าแปลกที่จุนฮงอยากได้ยินจากปากของยูยองแจเพราะต้องการยืนยันให้แน่ชัดว่าสิ่งที่เขาได้ยินเมื่อครู่มันเป็นเรื่องจริง...และน่าแปลกที่เขาไม่ได้ต้องการให้ยองแจตัดใจ
ความรู้สึกที่เป็นอยู่ในตอนนี้มันคืออะไรกันแน่?
.
ยูยองแจกลับมาที่ห้องนอนของจุนฮงอีกครั้งและคอยเฝ้าดูอาการอยู่เป็นระยะๆ ครั้งนี้เขาอยากตำหนิแดฮยอนยิ่งนัก ทั้งที่เคยขอร้องเอาไว้ว่าอย่าทำร้ายจิตใจจุนฮงเพื่อเขา ต่อให้ยองแจจะต้องเจ็บ เขาก็ไม่ต้องการให้จุนฮงต้องเสียใจ แต่จองแดฮยอนเป็นพวกคิดอะไรก็พูดไปอย่างนั้น ไม่ใช่พวกชอบโกหกหรือปิดบังความรู้สึกของตัวเองอยู่แล้ว แดฮยอนยืนยันเสมอว่า ‘ยอมทำให้ใครบนโลกนี้เสียใจก็ได้ แต่คนๆ นั้นต้องไม่ใช่ยูยองแจ’ ทุกอย่างก็เลยลงเอยอย่างที่เห็น...
ถึงแดฮยอนจะทำแบบนั้น...แต่ยองแจจะมีอำนาจอะไรไปเปลี่ยนใจคนที่เกลียดได้กันล่ะ
“จุนฮง...ลุกมากินข้าวก่อน...อ๊ะ!” ยองแจตั้งใจสะกิดปลุกคนหลับเท่านั้น ทว่าในทันทีที่จุนฮงลืมตาขึ้น ฝายนั้นก็ฉุดแขนเขาอย่างแรงจนเซล้มลงบนเตียง...บนร่างของจุนฮง...
เจ้าของใบหน้าหวานเบิกตากว้างทำหน้าไม่ถูกเพราะกลัวว่าเด็กตัวสูงจะโกรธเอาที่เขานอนทับอยู่บนตัวเช่นนี้ ยองแจหยัดตัวขึ้นนั่งตั้งท่าจะลุกออก แต่จุนฮงกลับยึดข้อมือทั้งสองของเขาเอาไว้แน่นทั้งที่ยังนอนอยู่
“ถ้าชอบฉัน...”
“จุนฮง...”
“ทำให้ฉันลืมพี่แดฮยอนได้มั้ย...”
จุนฮงไม่อ้อมค้อม คำพูดของเขาทำให้คนบนตักเป็นต้องหลบตาวูบ
“ฉันอยากลืมพี่แดฮยอน...ช่วยฉันทียองแจ”
ยองแจไม่รู้ว่าภายใต้ดวงตาสั่นไหวของน้องชายมันมีอะไรแฝงอยู่เบื้องหลังหรือไม่ แต่น้ำเสียงที่มักแข็งกร้าวกับเขาอยู่เสมอในตอนนี้อ่อนลง มืออุ่นที่จับข้อมือทั้งสองของเขาก็สั่นเทิ้ม จุนฮงเสียงสั่นเหมือนคนจะร้องไห้เต็มที ดูทั้งอ่อนไหวและอ่อนแอ ไม่ใช่เด็กผู้ชายตัวโตแสนเย่อหยิ่งคนเดิมอีกแล้ว
ตอนนั้นหัวใจของยองแจเต้นแรงเพราะตื่นตระหนกที่อีกฝ่ายรับรู้ความรู้สึกที่เขาพยายามปิดบังมาโดยตลอด แม้ในใจจะคิดคัดค้านเพราะเขาไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ของใคร และไม่ใช่เครื่องมือที่จุนฮงจะมาหยิบยืมใช้เพื่อลืมใครบางคน...
แต่ทำไมร่างกายถึงไม่ฟัง
ยองแจบิดข้อมือออกจากการจับกุมแล้วโน้มตัวลงใกล้ๆ คนเป็นน้อง กดจูบแผ่วเบาลงบนริมฝีปากอุ่นซีด ก่อนที่จุนฮงจะสอดมือเข้ามาใต้ท้ายทอย กดศีรษะคนด้านบนลงมาเพื่อให้เรียวปากของเราทั้งสองสัมผัสกันอย่างแนบแน่น
หากจะโทษก็คงต้องโทษหัวใจของยูยองแจ...
ที่ใจอ่อนยอมชเวจุนฮงอยู่เรื่อยไป
เด็กตัวสูงดึงผ้าห่มออกจากตัวแล้วทิ้งมันลงบนพื้น ก่อนพลิกร่างของยองแจลงนอนแผ่
ถอดเสื้อ...ปลดกางเกง
ทั้งสองเปิดเผยเรือนร่างโดยไม่คิดกระดากอายอีกต่อไป
ในเมื่อเราก็ไม่ใช่พี่น้องกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
“อือ...จุนฮง...” ยองแจครางเสียงแผ่วหน้าแดงซ่าน
ร่างเปลือยเปล่าแนบชิดเบียดเสียดมอบสัมผัสอุ่นร้อนวาบวามให้แก่กัน
“นาย...อ๊ะ...จะเรียกชื่อแดฮยอนออกมาก็ได้...”
ยองแจเอ่ยเสียงเศร้าเคล้าเสียงครางหวาน ฝ่ามือขาวไต่ขึ้นจับไหล่กว้างเป็นหลักยืดยามเมื่ออีกฝ่ายคลอนร่างเข้าใส่ ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ยองแจกลับกลัวเหลือเกิน...กลัวว่าจะได้ยินชื่อแดฮยอนออกมาจากปากของคนตรงหน้าจริงๆ
แต่...เขาทำใจเอาไว้แล้ว
หลังผ่านคืนนี้ไป...
ต่อให้ความสัมพันธ์ของเราจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็คงไม่เป็นไร...
ยองแจไม่เป็นอะไรเลยจริงๆ
“ยองแจ...”
“...”
“อือ...ยองแจ...”
เจ้าของชื่อปรือตาช้อนมองคนด้านบนอย่างไม่เชื่อหูตอนที่จุนฮงพร่ำเพรียกเรียกชื่อของเขาออกมาไม่ขาดปากราวกับต้องการตอกย้ำให้ชัดว่าคนตรงหน้าคือยูยองแจ ไม่ใช่ตัวแทนของใคร...หัวใจของยองแจพองโตเต้นระส่ำตอนที่จุนฮงทิ้งตัวทาบทับลงมาแล้วซุกใบหน้าลงข้างแก้ม วงแขนแกร่งรั้งร่างของเขาเข้าไปกอดแนบอกขณะขยับกายเข้าใส่เคลื่อนไหวร้อนแรงจนกายโยกคลอนไปตามความคะนองของเด็กหนุ่มอายุ 18
ว่ากันว่าหากใครคนหนึ่งสูญเสียบางอย่างไป ใครคนนั้นก็จะได้รับอะไรกลับคืนมาเสมอ
ชเวจุนฮงคิดว่าทฤษฏีโง่ๆ ที่เขาได้ยินมานั้นมันได้รับการพิสูจน์แล้ว...
เขาแค่ต้องการใครสักคนมาอยู่เคียงข้างเพื่อหยุดยั้งความทรมานตลอดหลายปี
เขาแค่ไม่ต้องการให้ยูยองแจไปชอบคนอื่นที่ไม่ใช่เขา...
และเขาก็แค่...เคยชินกับการต้องมียูยองแจอยู่ใกล้ๆ...
ที่ว่าพี่แดฮยอนเป็นคนใจร้ายที่คอยขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์ระหว่างเรา จุนฮงคิดว่าเขาอาจจะต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่...
เพราะความจริงแล้ว...เป็นเขาเองต่างหากที่สร้างกรอบให้ตัวเองและยืนอยู่ในจุดนั้นมาตลอด
พี่แดฮยอน...กับยองแจ...
บางที...
หัวใจของชเวจุนฮงอาจมียูยองแจอยู่ข้างในแล้วตั้งแต่ต้น...
วันนี้จองเมเนเจอร์ตามมาเฝ้าบังยงกุกเหมือนเช่นเคย ฝ่ายนั้นมีคิวถ่ายปกนิตยสารที่โรงแรมชื่อดัง ปกติแล้วแดฮยอนไม่ใช่คนขี้หึงอะไรหรอกนะ ไม่ค่อยหวงแฟนด้วย แต่เปลือยอกถ่ายแบบนั้นมันก็...
ถึงจะอ้างว่าเงินดีนิตยสารดังก็เถอะ แต่ดูก็รู้ว่าบังยงกุกดี๊ด๊าขนาดไหนตอนที่รู้ว่าดาราสาวที่ต้องถ่ายด้วยคือ ‘ชเวจีน่า’ สาวสวยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นคือหน้าอกทรงโต แล้วท่าโพสต์ที่ผู้กำกับแนะให้ทำก็มีแต่ท่าวาบหวิวทั้งนั้น เดี๋ยวกอด เดี๋ยวโอบ เบียดกายคาบเกี่ยวกันจนเหมือนถ่ายปก AV แถมคุณจีน่าก็ดันใส่ชุดขาวบางที่เกือบเรียกได้ว่าเป็นชุดชั้นในอีก
แดฮยอนก็เข้าใจอยู่หรอกว่ามันเป็นงาน
แต่เห็นนะ...หมอนั่นจงใจเอาแขนไปเบียดนมคุณจีน่าชัดๆ เลย
ไม่ว่าจะมองยังไงก็ยังหมั่นไส้อยู่ดีนั่นแหละ!
ครืนนน…
แรงสั่นสะเทือนจากมอเตอร์ในกระเป๋ากางเกงทำให้จองแดฮยอนต้องรีบหลบออกมารับโทรศัพท์ด้านนอกเพื่อจะได้ไม่เป็นการรบกวนกองถ่าย สายเรียกเข้าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แต่แดฮยอนชินเสียแล้วกับบรรดาเบอร์แปลกเพราะต้องคอยติดต่อรับงานให้กับบังยงกุกอยู่เป็นประจำ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้แนะนำตัว ปลายสายก็ชิงพูดขึ้นมาเสียแล้ว
(แดฮยอน...)
แดฮยอนขมวดคิ้วตีหน้าเครียดขรึมทันใดกับน้ำเสียงที่เขาจดจำได้แม่นไม่มีวันลืม...
โนจีฮุน
“พี่...รู้เบอร์ผมได้ยังไง?”
(พี่รู้ได้ยังไงไม่สำคัญ...สำคัญที่ว่าพี่อยากเจอแดฮยอน) แม้โนจีฮุนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มเช่นเคย หากแต่มันกลับฟังดูเหมือนเป็นคำสั่งกลายๆ เสียมากกว่า หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะดีใจที่พี่จีฮุนโทรมา แต่ไม่ใช่กับในตอนนี้...เพราะคนๆ เดียวที่ทำให้จองแดฮยอนตื่นเต้นดีใจมันไม่ใช่โนจีฮุนคนเดิม
แต่เป็นบังยงกุก
บังยงกุกที่ทำให้หัวใจที่เคยรวดร้าวของเขากลับมามีความสุขได้อีกครั้ง
เพราะฉะนั้นแดฮยอนจะไม่ยอมจมอยู่กับอดีตอีกต่อไป
“แต่ผมไม่อยากเจอพี่” คนตัวเล็กเอ่ยเสียงดังฟังชัด เขาไม่เข้าใจว่าพี่จีฮุนต้องการอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ จองแดฮยอนจะไม่มีวันยอมใจอ่อนให้โนจีฮุนอีก
(แล้วถ้าเป็นเรื่องของบังยงกุกล่ะ...)
“พี่คิดจะทำอะไร?” แดฮยอนถามเสียงแข็งเมื่อฝั่งนั้นดึงชื่อบังยงกุกเข้ามาเกี่ยวข้อง
(ออกมาหาพี่...พี่จะรอ)
โนจีฮุนกดตัดสายไปทันทีหลังทิ้งปริศนาให้คนฟังได้ครุ่นคิดตัดสินใจ แดฮยอนกัดริมฝีปากตอนที่มีข้อความสั้นจากพี่จีฮุนที่ส่งมาบอกสถานที่นัดหมายและเวลา แม้จะพยายามโทรกลับไปหวังจะคุยกันให้รู้เรื่องผ่านโทรศัพท์เพราะไม่อยากเจอหน้า ทว่าฝ่ายนั้นปิดเครื่องหนีไปเสียแล้ว
แดฮยอนได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความคับแน่นไปทั่วทั้งอก เขารู้ดีว่าพี่จีฮุนพูดจริงทำจริงเสมอ...
แดฮยอนพลาดไปแล้วจริงๆ ที่ในอดีตเคยหลงรักผู้ชายร้ายกาจคนนั้นหัวปักหัวปำ
รักมากจนอาจทำให้ใครอีกคนต้องมาเดือดร้อนเพราะเขา...
“คุยกับใครอยู่แดฮยอน?”
เสียงต่ำดังขึ้นด้านหลังทำเอาเจ้าของชื่อสะดุ้งโหยงรีบยัดโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กลงในกระเป๋ากางเกงดังเดิมทันใด
“ก็...เพื่อนครับ แล้วคุณออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่?” แดฮยอนเอ่ยโป้ปดก่อนรีบเปลี่ยนเรื่องกลบพิรุธ เขาใจเต้นถี่รัวด้วยความกังวลตอนที่ฝ่ายนั้นหรี่ตามองกันเหมือนไม่เชื่อ ซ้ำยังโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ๆ จนเขาเลี่ยงหลบตาหนีไปไหนไม่ได้อีก
“เพื่อนผู้หญิงหรือเพื่อนผู้ชาย?”
“??” จองเมเนเจอร์เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของคำถามด้วยความประหลาดใจ ก...ก็นึกว่าจะได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับพี่จีฮุนเมื่อครู่ซะอีก...
“ถ้าผู้ชายหล่อกว่าฉันเลิกคบไปเลยนะเข้าใจมั้ย! ผู้หญิงสวยมากก็ห้าม!”
แต่ถ้าจะชวนกันเล่นตุ๊กตาอันนี้ไม่ห้ามเนอะ...กำลังน่ารักสมวัย
“อืม~” แดฮยอนลากเสียงยาวแสร้งทำเป็นครุ่นคิด “เพื่อนผู้ชายครับ...หล่อด้วย”
บังยงกุกคิ้วกระตุกเพราะแดฮยอนยิ้มล้อจงใจเน้นประโยคหลังแกล้งยั่วให้เขาหึง ซึ่งกูก็หึงจริงๆ นั่นแหละ! ไอ้เหี้ยตัวไหนมันเกิดมาหน้าตาดีกว่ากูวะ! มึงเตรียมตัวตายได้เลย!
“แต่หล่อไม่เท่าคุณ...”
เพียงเท่านั้น...บังยงกุกก็อมยิ้มหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที สัสเอ้ย! ก็แล้วทำไมไม่รีบบอก...มาชมกันแบบนี้กูก็เขินแย่สิ! ถ้าไม่ติดว่าทีมงานแม่งเดินไปเดินมาเพ่นพ่านให้ทั่วไปหมดกูจะจับแดฮยอนมาจูบปากซะให้รู้แล้วรู้รอด ทำไมชอบทำตัวน่ารักเนี่ยห๊ะ! มีเมียน่ารักเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน...ใช่ปะวะ? สุภาษิตห่าเหวอะไรไม่รู้แต่น้องแดฮยอนกูน่ารักมาก หายโกรธเลยเนี่ย...แต่กูฟอร์มไปก่อน
“ก็ยังหึงอยู่ดีนั่นแหละ” ใครมีจู๋เสียบได้กูหึงหมด
แต่คราวนี้กลับเป็นแดฮยอนที่หน้าร้อนวาบขึ้นมาที่อีกฝ่ายพูดคำว่าหึงออกมาได้เต็มปาก คนตัวเล็กมองซ้ายมองขวาก่อนยกมือขึ้นทำท่าจุ๊ปากเพราะกลัวว่าจะมีใครได้ยินบทสนทนาระหว่างเราเข้า และเมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้จริงๆ เจ้าของใบหน้าหวานจึงได้เอ่ยต่อ
“แล้วจะหึงทำไมเล่า...เขาหล่อสู้คุณไม่ได้สักหน่อย”
“งั้นมาจูบก่อนเร็วทีนึง...หายหึงเลย” ริมฝีปากสีเข้มคลี่ยิ้มเป็นต่อ ซึ่งมันก็ทำให้คนเป็นรองได้แต่มุ่ยหน้าที่ถูกคนเจ้าเล่ห์เอาเปรียบอยู่ร่ำไป ยงกุกดึงแขนคนตัวเล็กกว่าให้ขยับเข้ามาใกล้ๆ ก่อนมืออีกข้างของเขาจะชี้เข้าที่เรียวปากของตนเหมือนบังคับกลายๆ ว่าต้องจูบ
จองเมเนเจอร์พยายามปลดข้อมือออก เกลียดคนตรงหน้าชะมัดเลย แล้วจะให้เขาจูบได้ยังไงกันล่ะ...ก็ที่นี่มัน...
...จุ๊บ...
แดฮยอนมัวแต่ชักช้าร่ำไรไม่ยอมทำอะไรเสียที ยงกุกก็เลยช่วยทำให้มันง่ายขึ้น ชายหนุ่มโน้มใบหน้าประทับเรียวปากลงบนกลีบปากนิ่มสีชมพูอิ่มรวดเร็วจนเกิดเสียงดังจุ๊บแล้วจึงค่อยถอยห่างทำไม่รู้ไม่ชี้ตามเคย
ส่วนแดฮยอนน่ะ...ก็ได้แต่เบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง ใบหน้าหวานแดงวูบวาบกับการแสดงความรักแบบไม่ทันตั้งตัวของบังยงกุก ไม่เกรงกลัวฟ้าดินบ้างเลยหรือไง? อยู่ๆ ก็มาจูบ...ถ้ามีคนเห็นขึ้นมาจะว่ายังไง นิสัยไม่ดี ฉวยโอกาส แล้วยังขี้ขโมยด้วย ชอบขโมยจุ๊บเขาอยู่เรื่อย!
คนตัวเล็กเม้มริมฝีปากแน่นตวัดสายตามองคนฉวยโอกาสเหมือนจะตำหนิ แต่สุดท้ายพอเห็นรอยยิ้มกว้างของคนตรงหน้า...แดฮยอนก็ทำอะไรไม่ได้ทุกทีเลย...
“ไปทำงานก่อนนะที่รัก” ชายหนุ่มระบายยิ้มกว้างอย่างชอบอกชอบใจตอนที่เห็นจองเมเนเจอร์เหรอหรากับสรรพนามใหม่ที่เขาใช้เรียก ยงกุกรู้ว่าแดฮยอนขี้อายถึงได้ชอบแกล้งให้อีกฝ่ายได้อายยิ่งนัก เพราะแม่งโคตรจะน่ารักเลยคนบ้าอะไรเนี่ย!!!
“อื้อ~ อะ...เดี๋ยวคุณ!” แดฮยอนครางตอบตกลงแต่แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้เสียก่อนจึงรีบฉุดข้อมือของคนตัวสูงเอาไว้ “วันนี้ผมมีธุระ คุณ...กลับคนเดียวได้ใช่มั้ย...”
“ธุระอะไร?” ยงกุกพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวังนิดหน่อย คงเป็นเพราะตั้งแต่ที่ได้อยู่ด้วยกัน เราสองคนก็แทบไม่เคยต้องห่างกันเลย
“ก็...ธุระ...” จองแดฮยอนก้มหน้าตอบ เขาอึกอักไปเล็กน้อยเพราะรู้สึกไม่สบายใจนักที่ต้องโกหก เห็นแฟนหนุ่มเงียบไปก็ทำให้เขาเป็นต้องรีบหาทางทำให้อีกฝ่ายพอใจให้ได้ แม้จะต้องออดอ้อนมากเท่าไหร่หรือยอมเสียเปรียบมากเพียงใดก็ตามที
“...”
“ไว้กลับบ้านแล้วจะให้คุณจูบ...”
“...”
นี่ไง!! ก็เพราะเป็นแบบนี้ไง!! แล้วกูจะหนีไปหาใครได้อีก!! สุดท้ายบังยงกุกก็ยังเป็นบังยงกุกอยู่วันยังค่ำที่เป็นบ้าใจอ่อนกับความน่ารักของแดฮยอนเสมอ เขายิ้มกว้างจนปากจะฉีกไปถึงใบหูตอนที่เห็นคนพูดแก้มแดงจัดไม่กล้าสบตา ยื่นข้อเสนอออกมาด้วยตัวเองทั้งที่อายแสนอายแบบนั้น แล้วให้จูบตั้งสองทีแบบนี้กูก็แย่ดิ ใจจริงกูอยากจะขอจับนมจับตูดเพิ่มอีก แต่เขาให้จูบนี่ก็บุญเท่าไหร่แล้ว
โอเค...ไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไรเนอะ มีธุระอะไรก็รีบไปทำให้มันเสร็จๆ ไป จะพยายามเข้าใจก็แล้วกันว่าคนเรามันก็ต้องมีธุระส่วนตัว แล้วเราก็เพิ่งคบกันได้แค่สามวันกูจะมีปัญญาอะไรไปจุกจิกกับเขามากมาย นอกจาก...
“งั้นก็รีบกลับนะ...”
“...”
“ฉันคิดถึง”
จองแดฮยอนหน้าแดงซ่านกับคำหวาน ศีรษะกลมพยักหน้าหงึกหงักแล้วยิ้มหวานส่งให้จนตาปิด ก่อนจะค่อยๆ เดินห่างไกลออกไปทำธุระอย่างที่ว่า...
อะไรวะ...
ก็...
แดฮยอนยังไม่ทันไปไหนเลย แต่ทำไมกูคิดถึงซะแล้ว...
กูว่ากูโดนเล่นของ...
แดฮยอนทำของใส่กูแน่ๆ
จองแดฮยอนมาถึงที่หมายตามเวลานัดอย่างหวาดกังวล ปลายเท้าทั้งสองหยุดลงหน้าห้องพักในโรงแรมหรูก่อนกดรหัสตามที่เจ้าของห้องทิ้งไว้ให้ในข้อความแล้วผลักประตูเข้าไปเมื่อได้ยินเสียงปลดล็อค...
พี่จีฮุนนั่งอยู่บนโซฟาสีดำสนิทในชุดคลุมสีน้ำเงินที่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้จงใจใช้มันคลุมร่างสักเท่าไหร่นัก เพราะเสื้อคลุมมันแหวกออกจนเห็นแผงอกแกร่งชัดเจน ฝ่ายนั้นยกยิ้มใจดีขึ้นเมื่อเห็นเขายืนอยู่ตรงหน้า แต่แดฮยอนกลับมองว่ามันดูเจ้าเล่ห์เสียมากกว่าในเวลานี้
“พี่มีอะไรจะคุยกับผม...” แดฮยอนเอ่ยโดยไม่อ้อมค้อมให้มากความ ทำใจกล้าแม้จะยังหวาดหวั่น ตั้งแต่เรื่องวันนั้นก็ทำให้เขาไม่กล้านึกไว้ใจอะไรคนตรงหน้าอีกแล้ว...ทว่าชายหนุ่มตัวสูงลุกจากโซฟาแล้วขยับเข้ามาหาก่อนรั้งร่างของเขาเข้าไปกอดแน่น...
แดฮยอนยังตัวเล็กเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แม้แต่น้ำหอมก็ยังใช้กลิ่นเดิมที่เขาเคยบอกว่าชอบ...นอกจากความน่ารักกับนิสัยดื้อดึงที่เพิ่มขึ้นจากแต่ก่อน จองแดฮยอนก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยสักอย่าง...
“พี่คิดถึงแดฮยอน...ไม่ได้เหรอ?”
“ผมไม่ใช่คนที่พี่ควรคิดถึงอีกต่อไปแล้ว...” คนถูกกอดผลักร่างสูงใหญ่ออกแล้วเอ่ยโดยไม่มองหน้า ในเมื่อคิดจะตัด...เขาก็ต้องตัดเยื่อใยความสัมพันธ์นั่นให้ขาด แม้จะยังรู้สึกเจ็บอยู่บ้าง แต่แดฮยอนเชื่อว่าอีกไม่นานมันก็คงหายสนิท
“ไม่เอาน่า...พี่รู้ว่าแดฮยอนเองก็คิดถึงพี่” จีฮุนเชยคางเรียวให้เงยหน้าขึ้นสบตากัน ทว่าอดีตคนรักเบี่ยงใบหน้าหนีเหมือนเคยก่อนจะเอ่ยวาจาแข็งกร้าวที่ทำให้เขาชักหงุดหงิด
“ผมไม่เคยคิดถึงพี่”
“งั้นต่อไปนี้ก็คิดถึงได้เลย!” จีฮุนกระชากเสียง
ในตอนแรกแดฮยอนไม่รู้หรอกว่าทำไมพี่จีฮุนถึงได้มั่นใจนัก กระทั่งฝ่ายนั้นหยิบรูปถ่าย 3-4 ใบออกมาจากกระเป๋าชุดคลุมแล้วชูขึ้นตรงหน้า...เพราะมันเป็นรูปที่ทำให้แดฮยอนเป็นต้องเบิกตากว้างพูดอะไรไม่ออก เมื่อตั้งสติได้ก็รีบถลาเข้าไปคว้ารูปถ่ายพวกนั้นทั้งตัว หากแต่มันก็ยังเร็วไม่เท่ากับใครอีกคนที่ชักมือหนีสองมือที่พยายามไขว่คว้า ก่อนใช้มืออีกข้างรั้งเอวเล็กเข้าชิดกาย กลายเป็นว่าจองแดฮยอนตกอยู่ใต้อ้อมแขนของโนจีฮุนอีกครั้งจนได้
“ถ้าพี่ปล่อยรูปพวกนี้ออกไป พี่จะได้อะไรบ้างรู้มั้ยแดฮยอน...”
“พี่อยากได้เงินเท่าไหร่ผมจะหามาให้ แต่อย่าทำแบบนี้...”
จีฮุนนึกสงสารขึ้นมาบ้างเพราะคนตัวเล็กวิงวอนเสียงเศร้า แต่เขาจะไม่ยอมเสียโอกาสนี้ไปเพราะรู้ดีที่สุดว่าจองแดฮยอนที่แบกรับภาระหนี้สินของครอบครัวอยู่คนนี้ไม่มีทางหาเงินมาจ่ายได้อย่างแน่นอน
รูปพวกนี้มันทำเงินให้เขาได้มาก...อาจจะมากกว่าการทำงานทั้งชีวิตของแดฮยอนเลยก็ได้
เพราะงั้นค่าตอบแทนที่โนจีฮุนควรได้รับมันต้องคุ้มค่ากว่าเงิน...
ชายหนุ่มโยนรูปถ่ายทิ้งจนมันกระจัดกระจายอยู่ที่พื้น ไม่มีความจำเป็นต้องสนใจเพราะเขามีไฟล์ต้นฉบับอยู่กับตัว จะก๊อปปี้มากเท่าไหร่ก็ย่อมได้
“ทำไงดีล่ะแดฮยอน...แต่พี่ไม่อยากได้เงิน”
โนจีฮุนว่าอย่างเป็นต่อพลางจุดรอยยิ้มขึ้นที่มุมปากทำเอาเจ้าของใบหน้าหวานเบิกตากว้างหน้าซีดเซียวอีกหนกับคำพูดกำกวม แดฮยอนลืมนึกไปว่าพี่จีฮุนมีพร้อมทุกอย่างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรูปทรัพย์หรือทรัพย์สินเงินทอง แดฮยอนคงหาอะไรมาให้พี่จีฮุนไม่ได้นอกเสียจาก...ตัว
ก็ได้แต่ภาวนาให้สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการไม่ใช่อย่างที่คิด...ทว่าการภาวนาของเขามันคงใช้ไม่ได้ผลกับโนจีฮุน
ฝ่ายนั้นปล่อยมือออกจากเอวบาง ไล่แกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของแดฮยอนออกทีละเม็ดแล้วปลดเสื้อลงจากไหล่อย่างรวดเร็วจนมันไปร่วงลงไปกองอยู่ที่พื้น เผยท่อนบนเปลือยเปล่าปรากฏสู่สายตาอีกฝ่ายอย่างน่าอาย
เท่านั้นมันก็ชัดเจนแล้วว่าพี่จีฮุนต้องการอะไร
“นอนกับพี่...”
เสียงทุ้มแสดงความต้องการออกมาอย่างหนักแน่นขณะค่อยๆ ดันร่างของคนรักเก่าไปที่เตียงโดยที่แดฮยอนไม่มีสิทธิ์ขัดขืน แม้แต่ตอนที่แผ่นหลังเล็กสัมผัสกับเตียงกว้างนอนแผ่ราบอยู่ตรงหน้าเขา...โนจีฮุนตามขึ้นทาบทับด้านบนแล้วก้มมองคนตัวเล็กที่เอาแต่เบือนหน้าหลบ ริมฝีปากอิ่มที่เขาเคยจูบตอนนี้เม้มแน่นแดงจัดจนเขานึกหงุดหงิดจับโครงหน้าสวยให้หันมาแล้วก้มลงจูบปากอิ่มสีชมพูหวานแม้คนใต้ร่างจะไม่เต็มใจ
“อื้ม...พี่จีฮุน...” แดฮยอนดันแผงอกกำยำออกก่อนเอ่ยต่อรองเสียงสั่น “แต่พี่ต้องสัญญากับผม...ว่าจะไม่วุ่นวายกับคุณยงกุกอีก”
จองแดฮยอนต้องการความมั่นใจ ว่าหากเขายอมนอนกับพี่จีฮุน...เรื่องทุกอย่างมันจะจบลงตรงนี้จริงๆ
ในเมื่อปัญหามันเริ่มจากเขา...พี่จีฮุนก็ถือว่าเป็นคนของเขา แดฮยอนก็ควรจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ว่านัยน์ตาหวานจะสั่นไหวมากราวกับหยดน้ำตาพร้อมจะร่วงหล่นลงมาได้ทุกเมื่อก็ตาม
“ทำไมแดฮยอน...”
“เพราะว่าผมรักเขา”
จีฮุนยอมรับว่าไม่พอใจที่คนใต้ร่างที่พูดออกมาได้เต็มปากเต็มคำว่ารักไอ้บังยงกุกนั่น เขาถามไปอย่างนั้นเพราะได้ฟังจากซงจีอึนว่ามันหลงรักแดฮยอนจนโงหัวไม่ขึ้น แต่ไม่คิดว่าแดฮยอนเองก็รักหมอนั่นขนาดนี้...ก่อนหน้านี้โนจีฮุนเคยมั่นใจว่าจองแดฮยอนยังรักกัน...หากแต่ดวงตาใสคู่นั้นที่กำลังจ้องมองมามันจริงจังและแน่วแน่มากราวกับต้องการตอกย้ำให้ชัด...
ว่าหัวใจดวงน้อยๆ ดวงนั้นไม่มีเขาอยู่ข้างในอีกต่อไปแล้ว
“ก็ขึ้นอยู่กับว่าคืนนี้แดฮยอนจะทำให้พี่พอใจได้มากแค่ไหน...”
โนจีฮุนก้มลงประทับริมฝีปากลงบนแผ่นอกบางที่เคยสัมผัส จะว่าไร้น้ำยาก็ได้ แต่ตลอดเวลาที่เราคบหากัน เขาไม่เคยมีเซ็กส์กับแดฮยอน อย่างมากก็แค่ต่างฝ่ายต่างใช้มือช่วยกันเท่านั้น จะว่าไป...การที่เขานอกใจแดฮยอนมันก็คงไม่ใช่ความผิดของเขาฝ่ายเดียว แต่ความไว้ท่าถือตัวของจองแดฮยอนต่างหากที่ทำให้โนจีฮุนต้องเปิดใจรับใครคนใหม่ที่พร้อมกว่าเข้ามาในชีวิต...
“อื้ออ...” เสียงหวานครวญขึ้นเมื่ออีกฝ่ายไล้ลิ้นเลียที่ยอดอก แดฮยอนเกร็งร่าง มือเล็กจิกลงกับผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดเพราะเสียววาบกับสัมผัสเปียกแฉะ หัวใจหล่นวูบตอนที่มือหนาง่วนอยู่กับการปลดเข็มขัดเส้นยาว ก่อนจับขอบกางเกงของเขารูดลงจากขาทั้งสอง...
จีฮุนไม่ได้หวังว่าความสัมพันธ์ของเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมเพราะเขาเองก็มีเมียเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว ที่ทำอยู่นี่ก็เพราะเขายังรักและคิดถึงแดฮยอนเท่านั้น...เขาอยากเอาชนะทั้งจองแดฮยอนที่แสนดื้อดึง แล้วก็สั่งสอนไอ้บังยงกุกให้มันหลาบจำที่บังอาจทำร้ายคนอย่างโนจีฮุน...
ถ้ามันอยากจะได้แดฮยอนจริงๆ
ก็พึงระลึกเอาไว้ด้วยว่าต้องเป็นของเหลือจากเขา...
บังยงกุกกลับถึงบ้านในตอนค่ำก็เตรียมทำเซอร์ไพรส์ให้จองเมเนเจอร์อย่างตั้งอกตั้งใจ วันนี้เป็นวันพิเศษมาก เพราะมันเป็นวันครบรอบ 1 เดือนที่แดฮยอนอยู่กับเขา...1 เดือนที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน แล้วก็ยังเป็นวันครบรอบ 3 วันที่เราเป็นแฟนกันด้วย อิอิ
พูดตรงๆ ว่ากูอยากจะติดประกาศทั่วราชอาณาจักร อยากโทรบอกพ่อบอกแม่ว่ามีเมียแล้วววว~ เมียน่ารักด้วยยยย~ แต่คงทำแบบนั้นไม่ได้เพราะกูยังต้องรักษาอิมเมจท้อปสตาร์ผู้โด่งดังอยู่ นี่กูก็พยายามทำทุกอย่างให้แดฮยอนเชื่อใจและไว้ใจว่ากูชอบเขามากจริงๆ ไม่เชื่อมาดูในโทรศัพท์กูได้ เบอร์โทรศัพท์สาวๆ ทั้งหลายกูลบทิ้งไปหมดแล้ว เหลือแต่เบอร์น้องแดฮยอนคนเดียว
เออๆ รูปโป๊ที่มีในเครื่องพันกว่ารูปก็ทำใจกดลบจนเหลือแค่ร้อยเดียวแล้วนะ เสียดายชิบหาย แต่ไม่เป็นไร เพราะกูไม่ต้องใช้รูปพวกนั้นช่วยตัวเองเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะรูปแดฮยอนที่ขโมยมาตอนนั้นก็ใช้แทนกันได้อยู่ แถมใช้ได้ดีเกินคาดด้วย...ผ้าก็ไม่ได้ถอดสักชิ้น แต่กูแม่งสับจู๋ซะไฟลุกเลยไอ้ห่า เร้าเหลือเกิน...
แต่ความอดทนตลอด 3 วันที่ผ่านมาของกูจะต้องไม่ไร้ความหมาย เพราะคืนนี้แดฮยอนจะต้องประทับใจในตัวกูแน่ๆ วันนี้เราจะมาสร้างแฮปปี้ไทม์ร่วมกัน! แฮปปี้! แฮปปี้! กูต้องได้ปี้!!!!
นี่กูเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว มีของกินที่แดฮยอนชอบเยอะแยะเลย รู้มาว่าเมียชอบกิน ผัวก็จัดอาหารให้เต็มบ้านไปหมด เอาของกินเข้าล่อเนาะ เผื่อฟลุ๊คได้ขึ้นมาจริงๆ จะได้แดกแม่งพร้อมกันทั้งคนทั้งอาหารเลย อิอิ
ทว่าเขายังเตรียมการไม่ทันเสร็จดีประตูหน้าบ้านก็เปิดออก...ยงกุกตกใจไม่คิดว่าแดฮยอนจะกลับมาเร็วขนาดนี้จึงรีบหันกลับไปต้อนรับ กะว่าได้แค่ไหนก็เซอร์ไพรส์ไปตามนั้น หากแต่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่จองเมเนเจอร์...
แต่เป็นซงจีอึน
“เธอมาทำไม?” เจ้าของบ้านชักสีหน้า ยงกุกไม่พอใจที่เห็นเธอเพราะคิดว่าคราวก่อนเขาพูดชัดเจนมากแล้วว่าต้องการเลิกคบหา
“ดูคุณจะรักเด็กคนนั้นจริงๆ นะคะ” จีอึนไม่ตอบคำถามหากแต่ยกยิ้มส่งให้เหมือนสมเพช ขณะที่ดวงตากลมก็ไล่กวาดมองดูสิ่งที่ท้อปสตาร์ชื่อดังอย่างบังยงกุกตั้งใจทำเพื่อจองเมเนเจอร์ “แต่ฉันไม่เห็นว่าเด็กคนนั้นจะเห็นค่าของคุณเลย...”
“ถ้าจะมาพูดเรื่องไร้สาระก็เชิญกลับไปได้”
“อย่าใจร้อนสิคะยงกุก...ฉันแค่อยากมาเตือนสติคุณด้วยความหวังดี...”
บังยงกุกไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะบอกอะไรกันแน่ กระทั่งคำพูดต่อมา...
“ฉันเห็นแดฮยอนที่โรงแรม...กับผู้ชายคนอื่น”
“ฉันไม่เชื่อ...” ยงกุกสวนกลับทันควันโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ กับคำพูดนั้นก่อนก้มลงผูกโบบนกล่องของขวัญในมือต่อเหมือนว่าเมื่อครู่นี้ไม่ได้ยินอะไร หากคนพูดเป็นฮิมชานหรือใครก็ตามที่ไม่ใช่จีอึน เขาก็อาจจะเชื่อ...แต่สำหรับซงจีอึน เขาไม่ได้โง่...ยงกุกไม่มีทางที่จะยอมให้ผู้หญิงร้ายกาจแบบนี้เสี้ยมหลอกให้ผิดใจกับแดฮยอนได้ง่ายๆ เป็นอันขาด “กลับไปซะซงจีอึน”
“ฉันกลับก็ได้ค่ะ คุณจะไม่เชื่อฉันก็ได้...แต่ฉันขอยืนยันอีกครั้งว่ามันเป็นความจริง” จีอึนยืนยันหนักแน่นด้วยลมปากแม้จะหงุดหงิดมากที่บังยงกุกหลงเด็กนั่นจนไม่ลืมหูลืมตา ทำอะไรก็ไม่ผิดสักอย่าง แต่จีอึนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะหลักฐานของเธอมันยังมามาไม่ถึง...
หญิงสาวได้แต่ยืนกระฟัดกระเฟียดตอนที่เจ้าของบ้านผายมือไล่ ทว่าในตอนนั้นเอง ขณะที่ซงจีอึนตั้งท่าจะเดินออกจากบ้าน เสียงโทรศัพท์มือถือของบังยงกุกก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ มันเป็นเสียงเตือนข้อความที่ทำให้เธอต้องแสยะยิ้มออกมาเมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่ม
บังยงกุกขมวดคิ้วเข้าหากันขณะกำโทรศัพท์ในมือแน่นราวกับว่าต้องการทำลายมันให้สิ้นซาก ข้างในอกมันปั่นป่วนร้อนวาบขึ้นมาแต่ก็ต้องพยายามทำเป็นไม่รู้สึกอะไรต่อหน้าจีอึนตอนที่เธอหันมาถามเสียงใสว่า ‘มีอะไรหรือเปล่าคะยงกุก’
“ไม่มี...เธอกลับไปได้แล้ว”
ชายหนุ่มยังคงออกปากไล่เช่นเคย แม้ว่ายงกุกจะพยายามแสดงสีหน้าเรียบเฉยเพียงใดแต่ก็ไม่อาจซ่อนความรู้สึกผ่านดวงตาคู่นั้นได้มิด นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ อีกทั้งเสียงต่ำก็ฟังดูเคร่งเครียดกว่าทีแรกมาก ดูก็รู้ว่ามันต้องมีอะไรแน่นอน แล้วอะไรที่ว่าก็คงหนีไม่พ้นหลักฐานของเธอ...จีอึนยอมกลับไปอย่างง่ายดายเพราะต่อจากนี้เธอจะปล่อยให้มันเป็นเรื่องของบังยงกุกกับจองแดฮยอนที่ต้องจัดการ
เพราะถึงยังไงซงจีอึนก็มั่นใจ...ว่าแผนการของเธอกับโนจีฮุนมันได้สำเร็จไปเกินกว่าครึ่งแล้ว...
บังยงกุกได้แต่นั่งทอดถอนใจขณะพินิจมองคลิปวิดีโอที่ถูกส่งมาเมื่อครู่ มันเป็นคลิปสั้นๆ ที่ถ่ายจากมุมหนึ่งของห้องพักในโรงแรมหรูใหญ่โตที่เพียงแค่มองก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นที่ใด เพราะที่นั่นขึ้นชื่อเรื่องวิวสวยงามที่มองเห็นกรุงโซลได้ชัดเจนจากห้องพัก แต่ที่สำคัญกว่านั้น...
เขาเห็นแดฮยอน...กับผู้ชายอีกคนอย่างที่จีอึนว่า...
แล้วผู้ชายคนนั้น...ก็คือโนจีฮุน
แดฮยอนนอนเปลือยอกยอมให้อดีตคนรักในชุดคลุมสีน้ำเงินไล่จูบเรื่อยลงมา...
ยงกุกพยายามสังเกตรอบๆ เพื่อจับผิดคลิปนั่น หวังว่ามันจะเป็นเพียงการตัดต่อหรืออะไรก็ได้ แต่เขากลับหาความผิดปกติไม่พบเลยแม้แต่น้อย ยงกุกอยากเชื่อใจและอยากเข้าข้างแดฮยอน เข้าข้างว่าจองเมเนเจอร์ของเขาอาจจะถูกหลอกไปทำเรื่องอย่างว่า แต่ภาพที่เห็นมันเป็นการสมยอมชัดเจน...มองเป็นการต่อสู้ขัดขืนไปไม่ได้เลย
บังยงกุกไม่แน่ใจว่าเขาควรรู้สึกอย่างไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือเขาผิดหวังในตัวแดฮยอน...หัวสมองของยงกุกในตอนนี้มันว่างเปล่าเช่นเดียวกับอกซ้ายที่วูบโหวง เขาคิดอะไรไม่ออกได้แต่บอกตัวเองว่ามันคงไม่ใช่อย่างที่คิด แต่บังยงกุกก็ไม่อาจเพิกเฉยต่อเสียงลมเป่าหู เพราะหากมาคิดดู...ก่อนหน้านี้แดฮยอนเองก็ทำตัวแปลกๆ เหมือนมีอะไรปิดบังกันอยู่...
นี่น่ะเหรอเพื่อนผู้ชาย? แล้วธุระที่ว่าก็คือการไปนอนทอดกายให้ไอ้จีฮุนนั่น?
เขาเคยคิดว่าความรู้สึกที่มีต่อแดฮยอนมันอาจเป็นเพียงความหลงใหลชั่วครั้งชั่วคราว อาจแค่อยากได้ตัว หลังมีเซ็กส์กันยงกุกก็คงจะเบื่อและเลิกตอแยไปเอง...แต่ในตอนนี้เขารู้แล้ว...
ว่าหากแค่หลง...เขาจะไม่มีวันผิดหวังเท่านี้ หากแค่ชอบ...เขาจะไม่มีวันเจ็บปวดเท่านี้
ที่เป็นอยู่นี่ก็เพราะว่าเขารักแดฮยอน...
ยงกุกไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งผู้ชายมากเสน่ห์เจนโลกอย่างเขาจะถูกคนรักหักหลัง...เขาไม่ใช่คนดี...แล้วก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูน แต่ก็พยายามหักห้ามสัญชาตญาณดิบของตัวเองเพราะต้องการถนอมหัวใจของแดฮยอน
ทั้งที่ยงกุกไม่ได้ชอบผู้ชายและตั้งแง่รังเกียจเกย์ รู้หรือเปล่าว่ามันยากมากแค่ไหนกว่าจะทำใจยอมรับ...และที่เขาพยายามทำตัวเป็นแฟนที่ดี ตัดขาดจากผู้หญิงทุกๆ คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็เพื่อแดฮยอนทั้งนั้น...
แต่ดูเหมือนว่ามันคงไม่มีความจำเป็นใดๆ อีกแล้ว...
บังยงกุกปิดโทรศัพท์เพราะไม่อยากเห็นภาพบาดตาที่บาดลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ
เขาเข้าใจแล้ว...
ที่บอกให้รอจนกว่าจะพร้อม...
มันหมายถึงแบบนี้เองสินะ...
ตกดึกคืนนั้นแดฮยอนก็กลับมาถึงบ้านของบังยงกุก เสื้อผ้าที่ถูกถอดออกแม้มันจะยับยู่ยี่ไปบ้างแต่เขาก็ใส่กลับมาได้อย่างเรียบร้อยเหมือนเดิม คนตัวเล็กได้แต่ถอนหายใจฝืนเก็บความรู้สึกเลวร้ายที่ได้พบเจอในวันนี้ไว้เพียงลำพัง ตั้งใจปั้นหน้ายิ้มให้คนรักดังเดิม แต่ทำไมมันถึงได้เงียบเชียบนัก...
จองแดฮยอนมองสำรวจไปรอบๆ ทว่าดวงตากลมก็สะดุดเข้ากับบางอย่างบนหน้าต่างกระจกบานใหญ่ในห้องนั่งเล่น ปลายเท้าสองข้างค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ๆ มันมีข้อความที่เขียนด้วยสเปรย์ละอองหิมะตัวเบ้อเริ่มอยู่บนนั้น...
แดฮยอนไล่อ่านมันช้าๆ อย่างตั้งใจ ในอกซ้ายเต้นแรงผิดจังหวะเพราะความรู้สึกดีใจและอบอุ่นหัวใจเต็มตื้น...
เป็นเมเนเจอร์ของฉันตลอดไปเลยได้มั้ย...
ฉันรักนายแดฮยอน
ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มกว้างขณะมองดูตัวอักษรเหล่านั้น ไม่เคยมีใครทำอะไรให้แดฮยอนแบบนี้มาก่อน บังยงกุกถือเป็นคนแรกที่แม้จะดูเหมือนคนบ้าแต่ก็ชอบทำให้เขาประหลาดใจอยู่เสมอ แดฮยอนไม่คิดว่าเขาจะได้รับความรักจากฝ่ายนั้นมากมายขนาดนี้ อยากจะเขียนตอบกลับไปว่าเขาเองก็รักบังยงกุกเช่นกัน แต่แดฮยอนคิดว่าหากได้พูดกับเจ้าตัวไปตรงๆ มันคงจะดีมากกว่า
คนตัวเล็กหันกลับมามองบนโต๊ะ มีอาหารโปรดที่เขาชอบทานมากมายอยู่บนนั้น แล้วก็ยังมีกล่องสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดวางอยู่ด้วย แถมยังผูกโบไว้ซะสวยงามเหมือนต้องการจะให้มันเป็นของขวัญกับใครบางคน...
แต่แล้วเจ้าตัวหายไปไหนกัน? รถก็ไม่อยู่...
แดฮยอนต่อสายหาคนรักหากแต่บังยงกุกปิดเครื่อง เขาจึงลองต่อสายหาพี่ฮิมชาน ได้ความว่า ‘ไอ้ยงกุกมันไม่ได้อยู่กับเราหรอกเหรอ?’ เพียงเท่านั้นความกังวลของจองแดฮยอนก็พุ่งขึ้นสูงทันที
เขารู้ดีว่าคุณยงกุกไม่มีเพื่อนที่ไหน หรือว่าจะอยู่กับพวกสาวๆ?? แต่เขาคิดว่าคงไม่น่าจะใช่เพราะบังยงกุกแทบไม่เคยออกไปหาผู้หญิงที่ไหนเลยนอกจากคุณจีอึนที่เป็นฝ่ายมาหา หรือบางที...พี่จีฮุนอาจคิดเล่นสกปรกอีก?
แดฮยอนไม่รู้จะไปตามหาฝ่ายนั้นได้ที่ไหน ที่ทำได้ก็มีเพียงนั่งกระวนกระวายอยู่อย่างนั้น แต่ผ่านไปเป็นชั่วโมงก็ยังไร้วี่แววของบังยงกุก เขาทนรอไม่ไหวตัดสินใจกลับไปที่บ้านของตนเอง เผื่อว่าบางทีบังยงกุกอาจจะไปตามหาเขาที่นั่นก็ได้...หวังว่านะ...
จองเมเนเจอร์นั่งแท็กซี่ไปยังดาดฟ้า สาวเท้าก้าวขึ้นบันไดรวดเร็วก่อนเป็นต้องโล่งใจเมื่อเห็นบังยงกุกนอนอยู่บนโต๊ะตัวใหญ่สำหรับนั่งเล่นหน้าบ้านของเขา แดฮยอนรีบรุดเข้าไปพยุงร่างชายหนุ่มขึ้นนั่งดีๆ ได้กลิ่นเหล้าดีกรีแรงโชยเตะจมูกถึงได้รู้ว่าบังยงกุกไปดื่มมา...
“ทำไมเมาแบบนี้...เข้าบ้านก่อนครับเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”
คนตัวเล็กค่อยๆ พยุงร่างคนเมาเข้าไปด้านในอย่างทุลักทุเลก่อนวางคนตัวโตลงบนเตียงของเขา...หากแต่ในตอนที่กำลังจะลุกออกเพื่อจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนเมา แรงมหาศาลจากมืออุ่นของบังยงกุกก็ฉุดเขาลงไปนอนแผ่บนเตียงอย่างไม่ออมแรง ก่อนกระชากเสื้อแดฮยอนออกจนกระดุมเสื้อกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง
“คุณ!” จองแดฮยอนร้องเสียงหลงด้วยทั้งตกใจทั้งกังวล
เพราะหากแหวกสาบเสื้อของเขาออก...ฝ่ายนั้นก็จะเห็นทันทีว่าหน้าอกของเขา...
มันมีรอยจูบที่โนจีฮุนฝังเอาไว้เต็มไปหมด...
จองแดฮยอนพยายามถดกายหนีจับสาบเสื้อสองฝั่งซ้อนทับเข้าหากันเพื่อปกปิดมัน ทว่าก็ถูกคนด้านบนจับข้อมือทั้งสองกดไว้ข้างตัว ก่อนใช้ดวงตาขุ่นมัวจ้องมองร่างบอบบางตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
ทั้งรอยจูบ รอยกัด...ไม่จำเป็นต้องพูดหรืออธิบายอะไรอีกแล้วในเมื่อทุกอย่างมันชัดเจนมากขนาดนี้...
จองแดฮยอนนอนกับผู้ชายคนนั้นจริงๆ
“นายทำแบบนี้กับฉันได้ยังไงแดฮยอน...” เสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความผิดหวังมากมายอยู่ในนั้น “บอกให้ฉันรอ...แต่นายกลับไปนอนอ้าขาให้ผู้ชายคนอื่นเอางั้นเหรอ”
ยงกุกพูดจาหยาบคายเพราะทั้งโกรธทั้งมัวเมา มือเรียวสวยเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือตอนที่แดฮยอนพยายามดิ้นรน
“มันไม่ใช่อย่างที่คุณเข้าใจ...ปล่อยก่อนคุณยงกุก” คนถูกกล่าวหาหน้าซีดเซียวเพราะหวาดกลัวขึ้นมาจับใจกับสายตาของคนด้านบนที่ใช้มองมา แดฮยอนสัมผัสได้ถึงความเกรี้ยวกราดในดวงตาคู่นั้น
“นายจะให้ฉันเข้าใจว่าอะไรอีก!!!” ยงกุกแผดเสียงกร้าวอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนกับแดฮยอน เขาเมามากก็จริง...แต่ก็ไม่ได้มากถึงขั้นไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร บังยงกุกกำลังโมโห ยิ่งคนตรงหน้าพยายามเบี่ยงตัวหลบหนีเพื่อปิดบังรอยจูบบนตัวมันก็ยิ่งทำให้เขาเดือดดาล
ไม่ใช่แค่คลิปวิดีโอ...เพราะก่อนหน้านี้เขาขับรถไปจอดรออยู่ที่หน้าโรงแรมนั่น พยายามแล้วที่จะไม่เป็นผู้ชายหูเบา พยายามแล้วที่จะหาเหตุผลโง่ๆ มาโต้แย้ง หากแต่สิ่งที่เห็นมันก็ยังชัดเจนสอดคล้องกับทุกหลักฐานที่มี
แดฮยอนลงมาจากโรงแรมพร้อมกับโนจีฮุนที่เดินมาส่งแล้วก็กลับขึ้นไป...
แล้วจะให้เขาเข้าใจว่าอะไรได้อีก...
“ถ้ายังรักมันอยู่...”
“...”
“แล้วมาทำให้ฉันรักทำไม...”
บังยงกุกเสียงแผ่วลง เผยทุกความรู้สึกที่มีด้วยความเจ็บปวด ยงกุกไม่เคยเป็นแบบนี้กับผู้หญิงคนไหน แล้วก็ไม่เคยคิดจะรักหรือเชิดชูใครข้างกายอย่างจริงจัง แต่เขาก็เลือกแดฮยอน...เพราะงั้นถึงได้รู้สึกคล้ายกับว่าถูกหักหลังแบบนี้
ยงกุกคิดว่าเขาอาจจะมองคนๆ นี้ผิดไปตั้งแต่แรก จองแดฮยอนอาจจะเป็นพวกชอบหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายหลงรักแล้วก็หักหลัง...เหมือนที่ทำกับชเวจุนฮง แล้วตอนนี้ก็คงถึงตาเขา...
เพราะฉะนั้นยงกุกจะไม่รออะไรอีกแล้ว
ในเมื่อจองแดฮยอนเป็นเพียงผู้ชายสาธารณะ...
เขาก็จะปฏิบัติกับฝ่ายนั้นแบบผู้ชายสาธารณะเช่นกัน
บังยงกุกปลดเข็มขัดหนังของตนเองออกอย่างรวดเร็ว เสียงตวัดกลางอากาศทำให้แดฮยอนใจกระตุกวูบ มือทั้งสองถูกชายหนุ่มรวบเข้าด้วยกันแล้วใช้เข็มขัดเส้นยาวมัดจนแน่น
“ปล่อยผมนะ!! อย่าทำแบบนี้!!” ดวงตาหวานลุกโพลงส่งเสียงร้องออกมาอย่างตื่นตระหนกตอนที่บังยงกุกออกแรงฉีกเสื้อเชื้ตไร้กระดุมที่ติดอยู่ที่สองแขนจนมันขาดวิ่น แดฮยอนดิ้นขลุกขลักพยายามสะบัดข้อมือหนีแต่ยิ่งออกแรงดึงให้มันแยกออก เข็ดขัดหนังก็เสียดสีถูกผิวเนื้อจนเจ็บแสบ
“คุณยงกุก! อย่า...ผมขอร้อง...” แดฮยอนวิงวอนขอความเห็นใจที่ไม่มีวันได้รับ ตากลมแดงก่ำไหวระริกสบเข้ากับดวงตาวาวโรจน์ที่ไม่มีทีท่าจะอ่อนลงเลยแม้แต่น้อย ใช่ว่าเขาไม่เจ็บ หัวใจของแดฮยอนก็เจ็บที่ได้ยินถ้อยคำตัดพ้อมากมายจากคนรัก แต่เขาไม่มีอะไรจะอธิบายจริงๆ เพราะถ้าหากผิดข้อตกลงกับพี่จีฮุน เรื่องมันอาจจะแย่ไปกว่านี้ก็ได้
ทว่าอารมณ์โกรธบวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้บังยงกุกไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป เขาดึงทึ้งกางเกงขายาวของคนตัวเล็กจนมันหลุดพ้นออกจากสองขา ตามด้วยกางเกงชั้นในสีเข้ม เผยส่วนลับที่เขาเคยนึกอยากทำอะไรต่อมิอะไรด้วยตั้งมากมายให้เห็น แต่ในตอนนี้บังยงกุกไม่นึกสนใจมันด้วยซ้ำ
ในตอนนี้เขาสนใจเพียงแต่ว่าแดฮยอนต้องเป็นของเขา...ของเขาคนเดียว
บังยงกุกปลดซิบรูดกางเกงของตนเองออกเพียงหมิ่นสะโพกก่อนงัดเอาส่วนใหญ่โตออกมา มือรูดรั้งความต้องการเพียงไม่กี่ทีท่อนเอ็นอ่อนนุ่มก็ขยายตั้งตื่นตัว แดฮยอนหวาดผวาไม่กล้ามองเพราะรู้ดีว่าของฝ่ายนั้นมันทั้งใหญ่และยาวมากขนาดไหน เขาพยายามหนีบสองขาเข้าหากัน ทว่าฝ่ายนั้นจับหัวเข่าทั้งสองออกแรงแหวกมันให้กางออกแล้วแทรกตัวเข้าตรงกลาง
ก่อนหน้านี้ไม่รู้ผ่านใครมาแล้วตั้งกี่คน ของที่มันเคยใช้งานแล้ว...คงไม่มีความจำเป็นต้องเล้าโลมอีก
บังยงกุกจ่อความต้องการของตนเองดุนดันเข้าไปในช่องทางแคบของคนตรงหน้าอย่างใจร้อน
“อื้อออ!! เจ็บ!! ผมเจ็บ!!”
เสียงหวานร้องลั่นศีรษะกลมส่ายสะบัดไปมาเพราะมันเจ็บร้าวราวกับร่างกายจะแยกออกจากกันเป็นสองส่วน แดฮยอนบิดเอวถดหนีความแข็งขืนที่พยายามเบียดฝ่าความคับแน่นเข้ามาอย่างไม่ปรานี แต่มันเข้ามาได้เพียงแค่ส่วนหัว บังยงกุกก็จำต้องถอนกายออกไปอย่างหัวเสียเพราะมันแน่นมากจนใส่เข้าไปไม่ได้เลย
“บัดซบเอ้ย!! ทำไมไม่เข้าวะ!!” เสียงทุ้มสบถดังลั่น เขาอมนิ้วของตนจนฉ่ำน้ำลายแล้วสอดนิ้วเข้าไปหมุนคว้างด้านในที่เกร็งรับนิ้วของเขาดีเยี่ยมจนนึกโกรธทุกครั้งที่นึกถึงภาพในคลิปนั่น แดฮยอนได้แต่นิ่วหน้าเพราะความเจ็บปวดตอนที่นิ้วเรียวยาวชักเข้าชักออกเร็วรัวอเบื้องล่าง ก่อนชายหนุ่มจะกางนิ้วออกเพื่อเพื่อเปิดช่องทางเนื้อนุ่มให้ขยับขยาย
แดฮยอนกลัวแสนกลัว กายบางสั่นระริกพอๆ กับหัวใจที่ร้าวสั่นยามเมื่อใครอีกคนดึงนิ้วออกจากร่าง บังยงกุกจับแกนกายใหญ่โตจ่อหน้าปากทางคับแล้วเสือกกายเข้ามาอย่างดื้อดึงอีกครั้ง
“อ...ฮึก...” ฟันขาวขบริมฝีปากอิ่มแน่นจนเหมือนมันจะปริแตก...พร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลรินลงมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อท่อนลำร้อนรุ่มผลุบเข้ามาด้านในจนมิดด้าม...
แดฮยอนนิ่วใบหน้าเหยเกระบายลมหายใจไม่ถูกจังหวะเพราะจุกมวนในท้อง เขาเจ็บจนพูดอะไรไม่ออก แม้แต่จะส่งเสียงครางก็ยังทำไม่ได้ ความดื้อดึงของบังยงกุกทำให้ช่องทางด้านหลังของแดฮยอนฉีกขาดแสบร้าว สองมือที่ถูกพันธนาการด้วยเข็มขัดหนังกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แดฮยอนจิกปลายเท้าเล็กทั้งสองลงกับผ้าปูที่นอน ขยับเรียวขาวาดไปมาราวกับหวังว่ามันจะช่วยระบายความเจ็บปวดให้ทุเลาลงได้บ้าง...แต่ไม่เลย...
ไม่มีความเห็นใจใดๆ ที่บังยงกุกจะมอบให้จองแดฮยอน...ชายหนุ่มขยับสะโพกสวนกายเข้าใส่ความคับถี่กระชั้น โถมแรงชำเราช่องทางด้านหลังทั้งเร็วและแรงจนร่างเล็กตัวโยกโยนไปตามจังหวะเข้าออก รุนแรงจนเตียงนอนหลังเล็กไหวสะเทือนจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด
แดฮยอนยอมแพ้แล้ว...
เขารู้แล้วว่าไม่มีทางรอดยอมนอนนิ่งๆ กลั้นใจอดทนกับสัมผัสหยาบโลนที่ใครอีกคนมอบให้อย่างแสนสาหัส แต่ดูเหมือนบังยงกุกจะไม่ต้องการแบบนั้น
“ชอบก็ร้องออกมา ฉันเอากับคน...ไม่ใช่ตุ๊กตา...” ดวงตาคมดุดัน บังยงกุกออกคำสั่งน้ำเสียงเย็นพูดจาดูถูกดูแคลนโดยไม่สนใจว่าคนฟังจะรู้สึกอย่างไร “ในคลิปนายร่านกว่านี้ตั้งเยอะนี่”
ยงกุกว่าจบก็ขยับกายเคลื่อนไหวรุนแรงให้สาสมกับความผิดหวังและความโกรธเคือง ข้างในของแดฮยอนมันรัดแน่นมาก อาจจะแน่นมากกว่าพวกผู้หญิงหลายเท่า และแน่นจนเหมือนไม่เคย...เขาจับเอวบางดึงรั้งเข้ารับจังหวะการกระแทกจงใจเรียกเสียงครางจากปากของคนตัวเล็กที่เอาแต่นอนนิ่ง...หลับตาเสพสุขกับช่องทางคับแน่นโดยไม่สนใจแม้จองแดฮยอนจะเจ็บเจียนตาย
ตอนนี้แดฮยอนอยากเป็นแค่ตุ๊กตาจริงๆ เขาจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดแบบนี้...
คนถูกกระทำได้แต่กลั้นลมหายใจเพื่อสะกดความเจ็บปวด ดวงตาสวยปิดแน่นสนิทเพราะไม่อาจทนมองสายตาที่มองมาอย่างเกลียดชังของคนตรงหน้าได้ไหว บังยงกุกคนนี้ไม่ใช่คนที่เขาเคยรู้จักอีกต่อไปแล้ว...
แต่สุดท้ายแดฮยอนก็ไม่อาจเก็บกลั้นความรู้สึกได้อีกต่อไป ยอมปล่อยหยดน้ำตามากมายไหลลงมาอาบใบหน้า แดฮยอนไม่คิดโทษบังยงกุก...เขาพอจะเดาได้จากคำพูดเมื่อครู่ว่าเพราะอะไรที่ทำให้เราสองคนต้องกลายมาเป็นแบบนี้
แดฮยอนก็แค่เสียใจ...
ที่บังยงกุกไม่เชื่อใจเขาเลย
คนตัวเล็กยกข้อมือขึ้นบังหน้ากัดริมฝีปากร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั้นกับความป่าเถื่อนและถ้อยคำที่รังแต่จะเหยียบย่ำดูถูกหัวใจกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า...ไร้เสียงสะอื้น...มีเพียงหยดน้ำตาที่ไหลรินลงมามากมายอย่างห้ามไม่อยู่ แต่แทนที่จะได้รับความเห็นใจ มันกลับทำให้บังยงกุกไม่พอใจเสียมากกว่า เขาออกแรงกระชากมือเล็กออกจากใบหน้าหวาน ถึงได้เห็นว่าจองแดฮยอนน้ำตาไหลพรากพยายามเบือนหน้าหลบไม่ยอมสบตากัน
ยงกุกยอมรับว่าเขาใจสั่น...แต่ไม่ใจอ่อน เพราะภาพตรงหน้ากระตุ้นอารมณ์โกรธของบังยงกุกให้โหมกระพือ
ทีกับไอ้เหี้ยจีฮุนนั่นทำไมถึงไม่ร้องไห้...รังเกียจกันมากขนาดนั้นเลยหรือไง
“ดี...” เขาเอ่ยเสียงห้าวดุ
“...”
“ถ้ารังเกียจฉันนัก...งั้นก็ไม่ต้องมองหน้ากันเลย”
หากจะต้องทนมองใบหน้าหวานที่มีแต่คราบน้ำตา บังยงกุกก็ขอไม่มองมันเลยจะดีกว่า...
แค่มีเซ็กส์กันโดยไม่จำเป็นต้องเห็นหน้า...
เพราะเขาเองก็ไม่อยากเห็นน้ำตาของจองแดฮยอนเช่นกัน
ยงกุกจับเอวบางพลิกคว่ำหน้าลงกับเตียงโดยที่ส่วนกลางลำตัวยังคงเชื่อมติดกัน ตอนนั้นแดฮยอนพยายามฝืนตะเกียกตะกายใช้ข้อศอกคลานหนีอย่างน่าสงสาร แต่ข้อเท้าข้างหนึ่งก็ถูกจับไว้มั่น คนโกรธจับบั้นท้ายกลมกระชากกลับมาที่เดิมอีกครั้ง ฝืนกระแทกความเป็นชายเข้าออกเสียดสีรูคับรุนแรงขึ้นอีกจนแดฮยอนเข่าอ่อนตัวเปลี้ยล้มหมอบฟุบราบลงทั้งตัว
“อึกก!! อ...อื้ออ!!”
แดฮยอนร้องครวญครางเสียงหลง แรงกระแทกเบื้องหลังบดเบียดรุนแรงมากเข้าจนเขาหายใจไม่ออก แท่งเนื้อแข็งยังคงขยับเข้าออกแทงย้ำช่องทางฝืดเคืองต่อเนื่องครั้งแล้วครั้งเล่า ยิ่งเร็วและแรงมากขึ้นจนคนถูกกระทำเจ็บรวดร้าวทรมานจนแทบขาดใจตายลงไปตรงนั้น
มากกว่าความเจ็บปวดที่กาย มันคือที่ใจ...หัวใจของแดฮยอนถูกทำร้ายจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี
บังยงกุกไม่ได้รักเขาแล้วจริงๆ
ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาทาบทับแผ่นหลังเล็ก...ไม่มีจูบปลอบใจ ไม่มีแม้แต่อ้อมกอดอบอุ่นตามที่แดฮยอนวาดฝันไว้ มีแต่ความทรมานจากสัมผัสที่เรียกได้ว่าเป็นการข่มขืนเท่านั้น...ที่จองแดฮยอนได้รับจากบังยงกุก
“อ๊ะ ฮึกก...พอ...อือออ...”
แดฮยอนหมดเรี่ยวหมดแรงร้องไห้จนไม่มีน้ำตา วิงวอนร้องขอเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผลเมื่ออีกฝ่ายไม่คิดจะฟัง ชายหนุ่มขยับเอวฝืนขย่มสะโพกซอยเอวเข้าใส่หนักหน่วงจนคนตัวเล็กถูกกดจนแทบจมหายลงไปกับฟูกนอน แท่งแข็งดึงดันเสียดสีจุดรวมเส้นประสาททางกามอารมณ์ด้านใน บังยงกุกโหมแรงทั้งหมดเข้าใส่ก่อนเกร็งร่างเร่งจังหวะสุดท้ายปล่อยน้ำขุ่นคาวด้านในตัวของแดฮยอนในที่สุด
ยงกุกหอบเล็กน้อย เขาไม่ได้ถอนตัวออกเพียงแต่ล้มตัวลงซ้อนทับแผ่นหลังของร่างเล็ก แต่ทว่า...
“พอใจคุณ...ฮึก...แล้วหรือยัง...” แดฮยอนฝืนกายครางถามคนใจร้ายเสียงสั่นพร่าเพราะความเสียใจแล่นริ้วขึ้นกลางอกมากล้น เขากลั้นเสียงสะอื้นแล้วเอ่ยต่อด้วยความร้าวรานทั้งที่ยังนอนคว่ำอยู่อย่างนั้น “ถ้าพอใจแล้วก็ออกไปจากบ้านผม...”
ก่อนที่แดฮยอนจะหลับหูหลับตาปิดกั้นความรู้สึกภายใน แล้วเอ่ยออกไปเสียงสั่นทั้งที่มันตรงกันข้ามกับใจโดยสิ้นเชิง...
“ผมเกลียดคุณ...คุณยงกุก”
บังยงกุกเจ็บหน่วงขึ้นมาในอกกับคำพูดของจองแดฮยอน ไม่มีครั้งไหนที่คนตรงหน้าทำให้เขาฉุนกราดได้มากเท่าครั้งนี้ เกลียดกันก็ดี...เขาจะได้ไม่ลังเลที่จะทำร้ายจองแดฮยอนให้เจ็บปวดที่สุด
แดฮยอนจะได้เจ็บ...เหมือนกับเขา...
“...แต่ฉันยังไม่หายอยากเลย...”
“อื้อออ!! อย่า...”
ยงกุกโกหกเพียงเพราะอยากเอาชนะ...เขาตั้งใจว่าจะพอแค่นั้น แต่คำพูดของแดฮยอนนั่นแหละที่ทำให้เขาไม่อยากหยุด...ชายหนุ่มสติขาดผึงพลิกกายบางให้นอนหงายแล้วช้อนเอวเล็กให้ลุกขึ้นนั่งพร้อมๆ กันบนตักของเขา จัดแจงจับสองมือที่ยังคงถูกมัดอยู่ให้คล้องรอบคอหนา
แดฮยอนไม่มีแรงแม้แต่จะขยับตัว เขาเจ็บระบมไปหมดแต่ก็ไม่สามารถหนีไปจากวังวนความโหดร้ายที่อีกฝ่ายยัดเยียดให้ได้เลย บังยงกุกจับสะโพกของเขาคลอนขยับดูดกลืนความเป็นชายขึ้นลงตามอำเภอใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระดกเอวสวนขึ้นแทงย้ำช่องทางชื้นแฉะแรงๆ อย่างเอาแต่ใจ ตั้งใจเพียงเสพสุขจากเรือนร่างของจองแดฮยอนให้สาแก่ใจเท่านั้น
“อ๊ะ...ผม...อื้ออ...ไม่ไหว...” เสียงหวานครางหอบส่ายหัวร้องขอให้อีกฝ่ายหยุดการกระทำอย่างน่าสงสาร ดวงตาหวานฉ่ำที่เปรอะเปื้อนเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาฉายแววเจ็บปวดมากเกินทนโดยที่ใครอีกคนไม่ได้สังเกตมัน “ฮึก...พอแล้ว...อื้ออ!!”
แดฮยอนไม่ไหวแล้วจริงๆ หูได้ยินเพียงแต่เสียงสวบสาบจากการเคลื่อนไหวย้ำๆ ถี่ยิบรุนแรง หัวสมองเคว้งคว้างว่างเปล่าตาพร่าเลือนจนมองไม่เห็นอะไรอีก ภาพสุดท้ายที่แดฮยอนเห็นก่อนที่สติจะดับวูบลงก็คือใบหน้าของบังยงกุก...ที่มองเขาด้วยสายตาที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่ารู้สึกอย่างไร...
บังยงกุกนิ่งค้างทำอะไรไม่ถูกตอนที่คนตัวเล็กฟุบลงมาที่หัวไหล่ เขายังเป็นห่วงแดฮยอนมาก พยายามดันร่างอีกฝ่ายออกเพื่อมองดูให้ชัดว่าคนรักของเขาไม่ได้เป็นอะไร ก่อนใช้นิ้วหัวแม่มือเรียวสวยปาดคราบน้ำตาบนใบหน้าให้อย่างอ่อนโยน หากแต่จองแดฮยอนก็ตัวอ่อนล้มพับซบลงมาบนไหล่เช่นเดิม
แดฮยอนเป็นผู้ชายคนแรกที่ยงกุกมีเซ็กส์ด้วยจนถึงขั้นหมดสติ
เขารู้ดีว่าทำเกินไป...ใช่ว่าไม่เห็น...คราบเลือดที่ไหลลงมาพร้อมๆ กับน้ำกามสีขุ่นยามที่เขากระแทกเข้าออก...มันทำให้ยงกุกรู้สึกผิด แต่จะให้ทำยังไง...คนโง่แสนหยิ่งทะนงอย่างเขาก็คิดได้เท่านี้
คิดแค่ว่าคนอื่นได้ บังยงกุกก็ต้องได้...คิดแค่ว่าอยากทำให้จองแดฮยอนเจ็บปวดให้สาสมกับความผิดที่ทำ
แต่แล้วทำไมถึงเป็นเขาเองที่เจ็บ...
บังยงกุกยกสองมือขึ้นโอบกอดร่างเล็กบนตัก เบี่ยงใบหน้ากดจูบลงที่ข้างขมับทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาไม่คิดจะทำและแสดงให้อีกฝ่ายเห็นเพียงแต่ความโหดร้ายเกลียดชัง...วงแขนแกร่งกระชับกอดแดฮยอนแน่นมากราวกับต้องการทะนุถนอมร่างกายแสนเปราะบางให้มากที่สุดเพื่อเป็นการขอโทษกับทุกๆ สิ่งที่ทำลงไป
แม้เจ้าตัวจะไม่มีวันรู้...
ถึงอยากจะเกลียดแค่ไหน...
สุดท้ายบังยงกุกก็รักจองแดฮยอนอยู่ดี...
To Be Continue
Talk:
ครั้งนี้จะทอล์คยาวมาก อยากให้อ่านกัน
**ส่วนถ้าจะเม้นท์รบกวนกลับไปเม้นท์ให้ที่หน้าหลัก Dek-D หรือใน ตอนที่ 9 นะคะ < ในตอน 9 มีเรื่องรวมเล่มด้วย**
ตอนนี้ไม่มีอะไรจะพูดนอกจาก 55555555555555555555555 อย่างที่บอกเสมอว่าฟิคเรื่องนี้ไม่ได้ตั้งใจให้ฮา จริงๆ ก็ห่วงว่าคนอ่านจะรับดราม่าไม่ได้ แต่ก็ต้องรับให้ได้นะคะ 5555555 เห็นทุกคนรอคอย NC อย่างใจจดใจจ่อนี่ก็แทบร้องไห้ค่ะ ไม่อยากทำให้ทุกคนผิดหวัง แต่ฟิคต้องมีดราม่าถึงจะเป็นฟิคที่สมบูรณ์ค่ะ #ถุย 5555555555555 นี่ก็เป็นคนชอบหลอกคนอ่านค่ะ ใครที่คาดหวังก็อาจจะผิดหวังบ้าง ก็ต้องขอโทษที่ฟิคอาจจะไม่เป็นดั่งใจนะคะ T^T แต่เราตั้งใจวางพล็อตให้เป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกสังเกตจากการวางตัวละคร
โล่แจเป็นคู่หน่วงที่เริ่มจากความเกลียด แต่จะค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์เรื่อยๆ จนมาพีคตอนที่โล่เริ่มตัดใจจากพี่แดฮยอน แล้วก็ไม่อยากเสียยองแจให้คนอื่น ยองแจนี่ยอมน้องมาตลอดอยู่แล้ว ก็ได้กันแบบดีๆ หน่วงๆ ไปค่ะ ในขณะที่บังแดความสัมพันธ์จะกุ๊กกิ๊กน่ารักมาตลอด ยงกุกเป็นคนที่ได้แต่คิดแต่ทำไม่ได้ ด้วยความที่เขาอยากทำมากอยากได้มาก แล้วก็รักแดฮยอนมากๆ พอมาเจอแบบนี้ก็เลยรู้สึกผิดหวังมาก ความดาร์กในตัวเขาก็เลยเผยออกมา เราเชื่อว่าคนสไตล์ยงกุกมักเป็นพวกเก็บกดและโมโหร้ายค่ะ เพราะเขามีความดาร์กในตัวอยู่แล้วสังเกตเวลาคุยกับจีอึนหรือกับคนอื่นที่ไม่ใช่แดฮยอน แต่สุดท้ายยงกุกก็รักของเขาอยู่ดี ทั้งรักทั้งเกลียดในเวลาเดียวกัน เอ็นซีก็เลยเป็นแบบที่เห็น นี่แต่งไปสงสารแดฮยอนไปค่ะ อยากให้ทุกคนเอาใจช่วยน้อง จะบอกว่าตอนแต่งหาซับไทยเพลงของ Lovelyz ฟังน้ำตาคลอเลยค่ะ มันโดน 5555 T^T
ส่วนเนื้อเรื่องจะเป็นยังไงต่อก็ต้องติดตามต่อไป แต่ทุกอย่างจะค่อยๆ เฉลยออกมาเองค่ะ ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และการสกรีมแท็กเช่นเคยค่ะ ตอนที่แล้วอ่านเพลินมากๆ ดีใจที่ทุกคนชอบค่ะ ^^
putinscr
2014-11-13 (Thu) 20:28
สงสารน้องแด ยงกุกใจร้ายอ่า
คู่ยองแจมาแนวน่ารักเลย ต่อนะ ๆ