Yongguk x Daehyun
Fic B.A.P (Yaoi) : BANGDAE
[Chapter : 10]
แดฮยอนสลบไปนานเท่าไหร่เขาไม่อยากจำ...แต่ร่างกายแสนบอบช้ำร้าวรานก็ทำให้เขาไม่อาจลืมความเลวร้ายที่บังยงกุกพยายามยัดเยียดให้ได้ลง แดฮยอนเจ็บมากจนขยับตัวแทบไม่ได้ ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างยากลำบาก แต่แล้วเขาก็ต้องรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทางเมื่อพบว่าผู้ชายคนนั้นนั่งอยู่บนเตียงด้วยกันกับเขา...
“เป็นยังไงบ้างแดฮยอน?”
เสียงทุ้มต่ำแสนสุภาพเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ซึ่งนั่นก็ทำให้แดฮยอนรับรู้ได้ในทันทีว่าไม่ใช่...
ไม่ใช่เสียงของบังยงกุก...
“พี่ยงนัม?” ใบหน้าหวานหันกลับมาพินิจมองคนตรงหน้าให้ชัดๆ อีกครั้ง ดวงตาเรียวกับลักยิ้มเล็กๆ ที่ข้างแก้มบ่งบอกชัดเจนว่าคนตรงหน้าคือบังยงนัม แดฮยอนพยายามขยับกายลุกขึ้นนั่งเพราะไม่อยากเสียมารยาท ทว่าฝ่ายนั้นกดไหล่เขาให้นอนลงดังเดิม มือที่ใหญ่กว่ามือของแฝดคนน้องส่งมาลูบศีรษะกลมอย่างอ่อนโยน
“ไม่เป็นไร...แดฮยอนพักเถอะ ยังเจ็บอยู่ไม่ใช่เหรอ?”
ตอนนั้นแดฮยอนนึกอายขึ้นมาเพราะพี่ยงนัมไม่ควรจะต้องมาเห็นเขาในสภาพนี้เลย ดีหน่อยที่ยังมีผ้าห่มผืนใหญ่ปกปิดกายเปลือยเปล่าล่อนจ้อน แต่ถ้าอย่างนั้น...
“แล้วเขา...” เสียงหวานฟังดูอ่อนแรงและแสนเปราะบาง...
“มันไปแล้ว...”
จองแดฮยอนอยากจะดีใจ แต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกว่างเปล่า แม้จะบอกตัวเองว่าไม่อยากรู้ ไม่อยากสนใจผู้ชายคนนั้นอีก แต่หัวใจของแดฮยอนซื่อสัตย์กับตัวเองเสมอ
“ไป...ไหนครับ?”
“พี่เองก็ไม่รู้...”
เพียงเท่านั้นข้างในอกซ้ายของคนฟังก็วูบโหวงยิ่งกว่าเก่า...
“แดฮยอนอย่าเกลียดยงกุกมันเลยได้มั้ย...”
“เขาต่างหาก...ที่เกลียดผม...” แดฮยอนครางตอบแผ่วเบาเพราะความเสียใจเอ่อล้นในอก ดวงตาหวานเลื่อนลอยเมื่อนึกไปถึงนัยน์ตาแข็งกร้าวที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของบังยงกุก...
“ไม่ใช่ แดฮยอน...ที่มันทำลงไปก็เพราะมันรักเรามากต่างหาก”
บังยงนัมยืนยันและพูดออกไปตามความรู้สึก จะว่าเข้าข้างหรือแก้ต่างแทนน้องชายก็ได้ แต่นั่นก็เป็นเพราะยงนัมเป็นแฝด เป็นพี่ชายของยงกุก เขาย่อมรู้จักบังยงกุกดีกว่าใครๆ ดีกว่าพ่อ แม่ พี่สาว หรือแม้แต่ฮิมชาน ยงกุกมันไม่ใช่คนประเภทที่จะไปเที่ยวข่มขืนใครง่ายๆ หากไม่เต็มใจ ที่สำคัญ...ตอนที่มันโทรมาขอร้องให้เขาและฮิมชานมาช่วยดูแลแดฮยอนเพราะไม่รู้จะติดต่อใครด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด นั่นแหละที่ทำให้ยงนัมรู้...
ว่าบังยงกุกรักจองแดฮยอนเข้าแล้วจริงๆ
แดฮยอนไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะมันยากเกินไปที่จะตัดสินใจ
ก็ถ้ารัก...แล้วทำไมถึงต้องทำร้ายกันขนาดนี้...
แดฮยอนทำผิดมากขนาดนั้นเลยหรือยังไงกัน...
ถ้าหากว่าความผิดเดียวของจองแดฮยอนก็คือการทำทุกอย่างเพื่อบังยงกุก...เขาก็จะไม่ทำอีก แดฮยอนจะไม่ทำอะไรเพื่อคนใจร้ายคนนั้นอีกแล้ว...
ทว่าในตอนนั้นคิมฮิมชานก็เปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดูลำบากใจเหลือแสน ชายหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนมือขาวจะวางซองเงินที่ค่อนข้างหนาไว้บนเตียงแล้วเอ่ยต่ออย่างระมัดระวังที่สุด
“แดฮยอน...คือ...” คิมฮิมชานอึกอัก...ถึงจะไม่อยากทำแต่ก็จำต้องพูดออกไปตามที่ถูกไหว้วานมา “ยงกุกฝากให้พี่เอาส่วนแบ่งค่าตัวตลอด 1 เดือนของการทำงานมาให้...”
“...”
“เพราะต่อไปนี้ไอ้ยงกุกมันคงไม่รบกวนแดฮยอนอีกแล้ว”
จองแดฮยอนนิ่งงัน...เขารู้แล้วว่าโดนไล่ออก แล้วก็รู้ด้วยว่าพี่ฮิมชานพยายามจะหลีกเลี่ยงคำพูดทำร้ายจิตใจกัน...แต่มันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อความหมายของมันก็ยังเชือดเฉือนหัวใจเขาอยู่ดี แดฮยอนไม่ถามต่อ แต่ค่อยๆ พลิกตัวหันเข้าหากำแพงเชื่องช้าเพราะไม่อยากรับฟังอะไรอีก...
ไม่เอาแล้ว...ต่อไปนี้แดฮยอนจะไม่เป็นเมเนเจอร์ให้ใครอีกแล้ว...
เขาทั้งเจ็บทั้งเสียใจ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่เป็นอยู่นี่เพราะอะไร...
เพราะบังยงกุกทำร้ายกันอย่างแสนสาหัส...หรือว่าเพราะบังยงกุกทิ้งเขาไปกันแน่
จองแดฮยอนผิดเองที่คิดจริงจังกับบังยงกุกตั้งแต่แรก...ผิดเองที่คิดว่าบังยงกุกจะแตกต่างจากพี่จีฮุน
แต่สุดท้ายก็ไม่ต่างกันเลย...ทำให้เขาเจ็บปวดแล้วก็ทิ้งกันไปอย่างไม่ใยดี...
ฟันขาวขบริมฝีปากแน่น...ดวงตาหวานบวมช้ำพร่ามัวเพราะม่านน้ำตาคลอรื้น ก่อนหยดน้ำตาที่พยายามเก็บกลั้นไว้จะร่วงหล่นเงียบเชียบ
ไม่เป็นไรหากบังยงกุกจะเกลียดเขา...แดฮยอนยอมได้หากจะถูกเกลียดเพื่อปกป้องคนที่ตัวเองรัก...แต่ขอได้หรือเปล่า...
แค่อย่าทิ้งขว้างเขา...เหมือนที่พี่จีฮุนเคยทำในอดีต...
ขอแค่นั้นจริงๆ
ชเวจุนฮงยังคงดำเนินกิจวัตรประจำวันเหมือนเคยไม่ได้เปลี่ยนไป หากแต่ยูยองแจต่างหากที่เปลี่ยน...ตั้งแต่เช้าพี่ชายหน้าหวานไม่ยอมมองหน้าเขา ไม่มาวุ่นวายให้รำคาญเหมือนเมื่อก่อน พยายามหลบหน้าไม่พูดไม่จาจนทำให้จุนฮงนึกรำคาญมากกว่าเก่าเสียอีก
เด็กหนุ่มตัดสินใจไปเคาะประตูห้องพี่ชายที่อยู่ใกล้ๆ กัน ห้องที่เขาไม่เคยนึกย่างกรายเฉียดใกล้ ก่อนที่คนตัวเล็กกว่าจะเปิดประตูออกมาทำตาโตใส่แล้วพยายามปิดประตูใส่กันเหมือนกลัวนัก จุนฮงจึงได้ใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักบานประตูเข้าไปด้านในแล้วปิดลง
“เป็นอะไร? ทำตัวแบบนี้คิดจะประท้วงหาความรับผิดชอบหรือไง?” เด็กตัวสูงยังคงปากร้ายแสดงความเรียบเฉยเย็นชาไม่เปลี่ยน ซึ่งนั่นก็ทำให้ยูยองแจเป็นต้องตวัดสายตาใส่อย่างไม่พอใจ ยองแจไม่ได้อยากเรียกร้องหาความรับผิดชอบอะไรตามที่อีกฝ่ายกล่าวหาทั้งนั้น ก็แค่...
ไม่รู้ว่าต้องทำหน้าแบบไหน แล้วต้องแสดงออกอย่างไรตอนเราเจอหน้ากันก็เท่านั้นเอง...
“ฉันรู้ว่านายไม่ได้ตั้งใจ”
“ฉันตั้งใจ...”
“??” ยองแจทำหน้ามึน หัวใจเต้นแรงขึ้นมาตอนที่จุนฮงยืนยันหนักแน่นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดจากความตั้งใจ...
“ชอบฉันมานานแค่ไหนแล้ว”
คนถูกถามเม้มริมฝีปากหน้าแดงซ่านไม่ยอมตอบเพราะอายที่ฝ่ายนั้นถามคำถามออกมาโต้งๆ โดยไม่คิดเลยว่าเขาจะอายมากแค่ไหน
“ถามก็ตอบ”
“ก็สองปี”
ชเวจุนฮงจ้องมองเจ้าของเสียงใสที่สะบัดเสียงตอบเขาเอียงอาย เราอยู่ด้วยกันมาเจ็ดปี สองปีที่ว่านั่นก็คงตั้งแต่ที่พ่อสั่งให้ไปรับไปส่งเขาตลอดเวลาสินะ...
“รอไหวหรือเปล่า?”
“เอ๊ะ?”
“ถ้ายังรอไหว...”
“...”
“ฉันจะลองชอบนายดู”
เขาแสร้งทำเย็นชาพูดออกมาเหมือนไม่ยี่หระอะไร แต่คราวนี้กลับเป็นจุนฮงเสียเองที่ไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่าย...
จุนฮงยังลืมพี่แดฮยอนไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะสามารถตัดใจจากคนที่หลงรักมานานแสนนาน แต่จุนฮงก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกันว่าเขาไม่รู้สึกอะไรกับคนตรงหน้าเลย...โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตอนที่ดวงหน้าหวานหันขวับมาจ้องมองกันด้วยความประหลาดใจ แถมยังเผยรอยยิ้มกว้างชวนมองเหมือนดีใจมากมายขนาดนั้นที่เขาให้โอกาส
ยูยองแจพูดอะไรไม่ออกเพราะความรู้สึกดีใจเอ่อล้น ได้แต่พยักหน้าขึ้นลงรัวเร็วแทนคำตอบเท่านั้น
ก็รอมาตั้งหลายปี...ทำไมแค่นี้เขาจะรอไม่ได้กันล่ะ
ยองแจใจเต้นแรงตอนที่คนเป็นน้องส่งมือมาบีบเบาๆ ที่หัวไหล่ ก่อนตั้งท่าจะเดินออกจากห้องเพื่อไปถ่ายละครเหมือนทุกๆ วัน หากความรู้สึกบางอย่างในใจก็สั่งการให้ยูยองแจคว้าแขนของจุนฮงเอาไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะได้เดินไปถึงประตู และคลายมือออกเมื่อเห็นน้องชายก้มมองที่ข้อมือเหมือนเป็นการถามกลายๆ ว่า ‘มีอะไร’
ยองแจรู้ว่าจุนฮงไม่ชอบที่เขาคอยตามไปไหนมาไหนด้วยโดยเฉพาะในเวลาทำงาน แต่ในวันนี้ยูยองแจขอเลือกทำตามหัวใจได้หรือเปล่า?
“ไปด้วยได้มั้ย?” คนตัวเล็กถามออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ
มันเป็นคำถามที่ทำให้ชเวจุนฮงเป็นต้องหยุดชะงักไป
และยังเป็นคำถาม...
ที่อาจทำให้ความสัมพันธ์ของเราสองคนเพิ่มมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น...
“อืม...”
บังยงกุกเดินเตร็ดเตร่อยู่ที่ชายหาดแดจอนทางฝั่งทะเลตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเกาหลีที่ห่างไกลผู้คน เขาหลบมาพักผ่อนที่นี่ก็เพราะแถวนี้มีแต่ชาวต่างชาติเสียเป็นส่วนใหญ่ คงไม่ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ ให้มิดชิดเหมือนสถานที่พักผ่อนที่อื่นๆ
เขาสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าในปอดเชื่องช้า นานมากแล้วที่บังยงกุกไม่ได้หาเวลาพักผ่อนอย่างจริงจังตั้งแต่ตัดสินใจเดบิวต์เป็นไอดอล แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั่นก็เป็นเพียงแค่เรื่องรองเท่านั้น เพราะความจริงแล้ว...
ใช่...เขากำลังหนีปัญหา บังยงกุกอยากทิ้งทุกอย่างไว้ที่นั่น อยากอยู่ในที่ที่ไม่มีใครตามเจอ ไม่ต้องหันหลังกลับไปได้เลยยิ่งดี แต่มันก็ล้มเหลว...เพราะไม่ว่าจะพยายามหนีเท่าไหร่ เขากลับยิ่งจดจำภาพของแดฮยอนได้ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น...
ตลอดสามวันที่ผ่านมาตั้งแต่เขาทิ้งแดฮยอนไว้ที่นั่นมันทำให้ยงกุกรู้ตัวว่าเขารักแดฮยอนมากแค่ไหน เพราะแทนที่จะมองดูสาวๆ ผิวขาวหุ่นเอ็กซ์ในชุดบิกินี่ที่เดินร่อนเร่ไปมาแล้วคาดคะเนรูปร่างของพวกเธอเหมือนแต่ก่อน เขากลับมองหาแต่เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ แล้วก็คิดไปเองว่านั่น...คือจองแดฮยอน...
ยงกุกคิดว่าเขาผิดเพศไปแล้วจริงๆ
แต่เขาลบแดฮยอนออกจากใจไม่ได้เลย...
เข้าใจว่ามาทีหลัง...ถ้าหากว่าโนจีฮุนยังสำคัญกับแดฮยอนขนาดนั้น และถ้าหากว่าบังยงกุกคนนี้ไม่จำเป็นอะไร...การที่เราสองคนต้องจบลงแบบนี้มันก็ดีที่สุดแล้ว...
ยงกุกรู้ตัวดีว่าเขาทำอะไรลงไปแล้วมันผิดอย่างไร แต่หากย้อนเวลากลับไปได้...
บังยงกุกก็ยังจะแก้ปัญหาแบบเดิมอยู่ดี...
“เอ่อ...ยงกุกโอป้าใช่มั้ยคะ?” สาวน้อยน่ารักเอ่ยถามเสียงใส ตามมาด้วยเพื่อนของเธออีกสามสี่คนที่เดินตรงเข้ามาทันทีที่มั่นใจว่าคนตรงหน้าคือบังยงกุก “ใช่จริงๆ ด้วย ขอถ่ายรูปหน่อยได้มั้ยคะโอป้า...นะคะๆ”
สาวน้อยทั้งสี่คนทำท่าจะยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป ทว่าบังยงกุกยกมือขึ้นห้ามไว้ก่อนเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางๆ ถึงจะแบกรับเรื่องราวมากมายแค่ไหน เขาก็เอามันไปลงกับแฟนๆ ไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่เขาระลึกไว้เสมอมา...
“ไม่ถ่ายรูปได้มั้ยครับ...เอาลายเซ็นไปแทนได้มั้ย?”
“เอางั้นก็ได้ค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะโอป้า~”
ไม่นาน...แฟนไซน์ขนาดย่อมของท้อปสตาร์ชื่อดังก็จบลง บังยงกุกนั่งถอนหายใจอยู่บนเตียงผ้าใบริมฝั่ง เขานั่งดูรูปแดฮยอนในมือถือแล้วก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้ ยงกุกยังยืนยันคำเดิมว่าจองแดฮยอนน่ารักกว่าใครทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แต่เขาคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่ควรจะกดลบมันออกไปเสียที...
ทว่า...
“เอ๊ะ...คุณบังยงกุก?”
เจ้าของชื่อหันมองตามเสียงหวานๆ ของสาวสวยรูปร่างสะโอดสะองในชุดกระโปรงยาวเรียบหรู...เธอสวยมาก สวยจนทำให้ยงกุกแปลกใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะมีแฟนคลับที่สวยขนาดนี้ด้วย
แต่ถึงเธอจะสวยยังไง...ในตอนนี้คนที่ยงกุกคิดถึงก็ยังมีแต่แดฮยอนอยู่ดี
“ไม่ใช่ครับ...หน้าเหมือนกันเฉยๆ” เขาบอกปัดแล้วหันหน้าหนี ทว่าจู่ๆ สาวสวยก็หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงผ้าใบข้างๆ ที่ว่างอยู่ทำเอาบังยงกุกเป็นต้องยอมจำนน “ก็ได้ๆ ใช่ก็ได้...แต่โอป้าไม่แจกลายเซ็นแล้วนะ”
ริมฝีปากสีสดคลี่ยิ้มหวานนึกหัวเราะกับคนที่พยายามปฏิเสธกัน
“ฉันไม่ได้มาขอลายเซ็นค่ะ...ตัวจริงคุณดูดีกว่าในรูปเสียอีกนะคะ” หญิงสาวเอ่ยชมเปราะ เธอเคยเห็นคนตรงหน้าเพียงจากในรูป ลักษณะนิสัยก็เคยได้อ่านบ้างจากข่าว ยังเคยคิดอยู่เลยว่าเราอาจจะต้องได้ร่วมงานกันในสักวัน “ฉันฮันซอนฮวา ภรรยาของโนจีฮุน...ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
บังยงกุกหน้าตึงทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘โนจีฮุน’ เพราะมันเป็นชื่อที่เขาไม่อยากแม้แต่จะได้ยินเลยด้วยซ้ำ...
“คุณมีธุระอะไร?” ชายหนุ่มมองตาขุ่นถามเสียงต่ำอย่างขัดเคือง
“ฉันแวะมาดูโลเคชั่นถ่ายหนังแถวนี้น่ะค่ะ เจอคุณพอดีก็เลยแวะมาทักทาย เอ...ว่าแต่...แฟนคุณไม่มาด้วยเหรอคะ?” ฮันซอนฮวาถามเมื่อมองไปรอบๆ แล้วไม่พบคนที่ควรจะอยู่กับบังยงกุกตลอดเวลาอย่าง ‘แฟน’ อยู่เคียงข้าง
“แฟน?” ยงกุกเลิกคิ้ว
“ฉันหมายถึงเมเนเจอร์ของคุณน่ะค่ะ” หญิงสาวยิ้มอย่างอารมณ์ดี “เขาเป็นคนน่ารักมากเลยนะคะ สุภาพ อ่อนโยน แล้วก็ดูจะรักคุณมากจนฉันเองก็ยังอิจฉา...”
บังยงกุกประหลาดใจเพราะเขาไม่รู้ว่าไอ้โนจีฮุนนั่นมันต้องหน้าด้านขนาดไหนถึงได้กล้าเล่าเรื่องเมียน้อยให้เมียหลวงฟัง...โดยปกติแล้วบังยงกุกไม่ชอบเล่าเรื่องส่วนตัวให้ใครฟัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเมียของไอ้โนจีฮุน แต่มันก็คงไม่เสียหายอะไรนักในเมื่อเธอเองก็ดูจะรู้เรื่องทุกอย่างดีมากอยู่แล้ว...
“เราเลิกกันแล้ว...” เสียงทุ้มเอ่ยตอบอย่างเจ็บช้ำ ยังเจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น แต่ที่ว่าอิจฉา...จะอิจฉาเขาทำไมกันในเมื่อจองแดฮยอนไม่ได้รักเขาเลยด้วยซ้ำ...
“เอ๊ะ? ทำไมล่ะคะ?” ซอนฮวาเสียงสูงขึ้น
“เขามีคนอื่น” บังยงกุกอยากจะบอกออกไปนักว่าคนอื่นที่ว่าก็คือสามีของเธอ! แต่เขาก็ทำได้เพียงเอ่ยเตือน...ฮันซอนฮวาจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจเหมือนอย่างเขาในตอนนี้ “คุณเองก็จะน่าจะระวังคนของคุณเอาไว้บ้าง...เขาอาจกำลังนอกใจคุณ...”
หญิงสาวหน้าซีดเล็กน้อยกับคำเตือนกระทบใจ แม้จะเอ่ยเพียงเท่านั้นแต่ฮันซอนฮวาก็เข้าใจได้ในทันทีว่าบังยงกุกหมายถึงอะไร...ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องที่สามีของเธอยังคงพัวพันอยู่กับจองแดฮยอน...
ในคืนนั้น
“ฉันรู้ว่าคุณอยากจะพูดอะไร แต่...อย่าบอกนะคะว่าจีฮุนเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเลิกกับคุณแดฮยอน?”
“แล้วถ้าผมบอกว่าใช่?” เขาถามลองเชิงก่อนเอ่ยต่อเสียงแข็งกระด้าง เพราะคงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังอีกแล้ว “คนรักของผมนอนกับสามีคุณ ยังจะพูดอะไรได้อีก...”
“เดี๋ยวนะคะคุณยงกุก...เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว...” เสียงหวานของสาวสวยเอ่ยปรามคนคิดไกล
“คุณพูดเรื่องอะไร?” บังยงกุกขมวดคิ้วจนเป็นปมเพราะไม่เข้าใจว่าฮันซอนฮวาคนนี้พยายามจะบอกอะไร
แต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกกลัวขึ้นมาเหลือเกิน...
“คือ...” ซอนฮวาอึกอักไป หญิงสาวถอนหายใจยาวด้วยความลำบากใจเพราะตั้งใจแล้วว่าจะไม่พูดถึงอีก หากแต่เธอก็ไม่อาจปล่อยผ่าน ทั้งที่ตัวเธอเองก็มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ด้วย “ตอนแรกฉันตั้งใจว่าจะลืมมัน...แต่ถ้าหากมันทำให้คุณสองคนต้องผิดใจกัน ฉันคิดว่าฉันไม่ควรปิดบังอีก...”
“คุณต้องการจะบอกอะไรผมกันแน่??”
“ฟังฉันนะคะ...คุณแดฮยอนยอมนอนกับสามีฉันเพื่อแลกกับรูปจากกล้องวงจรปิดที่คุณสองคนจูบกันในห้องเก็บของ...คุณเองก็น่าจะรู้ดีใช่มั้ยคะ...กับประเทศที่ยังไม่ยอมรับเพศที่สามอย่างกว้างขวางนัก คุณจะต้องเจอกับอะไรบ้างถ้าหากรูปพวกนั้นหลุดออกไป...”
“...”
“โชคยังดีที่ฉันเข้าไปเจอเสียก่อน...ไม่อย่างนั้นทั้งฉันทั้งคุณแดฮยอนก็คงแย่” ซอนฮวาแค่นยิ้มบางๆ เพราะเธอเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้สึกอะไรเลยที่รู้ว่าสามีของตนคั่วอยู่กับชายอื่น “ฉันมีโอกาสได้คุยกับคุณแดฮยอนนิดหน่อย...แม้แต่ตอนที่ถูกสามีฉันบีบบังคับเขาก็ยังยืนยันว่าเขารักคุณ แล้วก็ยังพยายามขอให้จีฮุนเลิกยุ่งวุ่นวายกับคุณ...”
“...”
“คุณแดฮยอนเขารักคุณมากนะคะคุณยงกุก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อคุณ ทั้งที่ตัวเขาเองก็ไม่เคยมีอะไรกับผู้ชาย...”
“นี่คุณ...หมายความว่า...”
“ใช่ค่ะ...คืนนั้นโนจีฮุนกับคุณแดฮยอนไม่ได้มีอะไรกัน...ไม่เลยแม้แต่นิดเดียว”
บังยงกุกรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางใจจนข้างในมันเจ็บรวดร้าวไปหมดเมื่อได้รู้ความจริง...เขานิ่งงันพูดอะไรไม่ออกอีกเพราะมันเจ็บเสียยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่าแดฮยอนมีคนอื่น เจ็บที่รู้ว่าแดฮยอนทำทุกอย่างลงไปก็เพื่อเขาทั้งนั้น และเจ็บ...
ที่เขาได้ทำลายและทำร้ายคนที่รักที่สุดลงไปด้วยน้ำมือของตัวเอง...
“แล้ว...แล้วทำไมเขา...ไม่บอกผม?” ยงกุกเอ่ยถามไม่ถูกด้วยซ้ำเพราะวูบโหวงไปทั้งหัวใจ เขาจับต้นชนปลายไม่ถูกนักกับสิ่งที่ได้ยิน หากแดฮยอนบอกความจริงกันสักนิด แค่บอกว่าถูกบังคับ แค่บอกว่าทำเพื่อกัน...เขาจะไม่มีวันทำเรื่องโง่ๆ แบบนั้นลงไปโดยเด็ดขาด
หากลองมานึกดู...คลิปนั่นมันก็เป็นเพียงคลิปสั้นๆ ที่ตัดจบลงตอนที่โนจีฮุนกำลังถอดกางเกงของแดฮยอนออกเท่านั้น...ก็คงจะเป็นก่อนที่ฮันซอนฮวาจะเข้าไปเจอ...
แต่แล้วทำไมแดฮยอนถึงต้องปิดบังกัน...
“มันเป็นความผิดของฉันเองค่ะ...” เธอเอ่ยเสียงเศร้าน้อมรับความผิด “ฉันอยากให้เรื่องมันจบ ก็เลยขอร้องไม่ให้คุณแดฮยอนบอกคุณเพราะคิดว่าหากคุณรู้เข้า คนใจร้อนอย่างคุณคงไม่ยอมปล่อยสามีฉันไป...”
“...”
“ก่อนหน้านี้ฉันเองก็ไม่รู้ว่าพวกเขาตกลงอะไรกันเอาไว้ แต่คุณแดฮยอนก็คงจะกลัวและไม่อยากทำให้คุณเดือนร้อนเพราะสามีฉันอีก ก็เลยไม่ยอมพูด...ยังไงฉันก็ต้องขอโทษด้วยที่มีส่วนทำให้คุณสองคนต้องผิดใจกัน...”
คำอธิบายจากปากของซอนฮวาทำให้ความรู้สึกผิดเอ่อล้นท่วมท้นเต็มหัวใจ บังยงกุกขอบตาร้อนผ่าว เขานึกอยากตบหน้าตัวเองแรงๆ ให้สาสมกับความโง่...
โง่ที่เคยด่าทอแดฮยอนว่าทำตัวเป็นผู้ชายแสนร่านที่ยอมทอดกายอ้าขาให้โนจีฮุนโดยไม่ขัดขืน แท้จริงแล้วมันไม่ใช่การสมยอม แต่เป็นความจำใจ...บังยงกุกไม่อยากนึกถึงเลยว่าแดฮยอนจะหวาดกลัวมากขนาดไหนตอนที่เขาทำเรื่องชั่วช้าลงไป...
ในตอนแรกเขาคิดเพียงว่าช่องทางด้านหลังมันไม่ได้มีไว้สำหรับการร่วมเพศตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นมันก็ไม่แปลกที่จะมีเลือดออก...แต่เมื่อลองนึกดูถึงความเป็นไปได้ต่างๆ นาๆ หากแดฮยอนเพิ่งมีอะไรกับใครอีกคนก่อนหน้า ตอนที่เขาทำมันคงไม่มีทางเข้ายากขนาดนั้น...ความคับแน่นตลอดจนสีหน้าและท่าทางของจองแดฮยอนที่ดูเหมือนเจ็บปวดมากเหลือแสน มันมองเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลยนอกเสียจาก...ครั้งแรก...
ครั้งแรกที่เขามอบความเจ็บปวดให้อย่างแสนสาหัส...
“แต่ต่อจากนี้จีฮุนคงจะไม่มาตอแยพวกคุณอีกแล้วล่ะค่ะ...”
“ทำไมคุณถึงมั่นใจอย่างนั้น?”
“ฉันให้เขากลับอเมริกาไปแล้ว เขาจะไม่มีวันกลับมาที่นี่อีก คุณสองคนสบายใจได้...” ฮันซอนฮวายิ้มบางๆ เธอให้โนจีฮุนมาทำธุระเรื่องการสร้างหนังก่อนเธอสองอาทิตย์ นึกขอบคุณที่งานของเธอที่โน่นเสร็จก่อนกำหนด ถึงได้รู้ว่าจีฮุนใช้เวลาเหล่านั้นเที่ยวไปทำร้ายหรือแบล็คเมล์ใครต่อใคร
ซอนฮวาเข้าใจทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสามีของเธอ บังยงกุก และจองแดฮยอน เธอไม่เข้าข้างจีฮุน แต่ก็ไม่อาจทำลายสามีได้จึงพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดกับทุกฝ่าย เธอรู้ว่าโนจีฮุนยังคงอาลัยอาวรณ์กับรักครั้งเก่า ที่เห็นว่าจีฮุนลงมาส่งแดฮยอนด้านล่างนั่นก็เป็นโอกาสสุดท้ายที่เธอมอบให้ ก่อนจะสั่งให้กลับอเมริกาไปและอย่าได้หวังจะหวนกลับมาอีก...
ในเมื่อยังใช้เงินของเธอ ยังอาศัยเกียรติของเธอ และหากยังรักเธอบ้าง...
โนจีฮุนก็ต้องกลับไปตามคำสั่งของซอนฮวาโดยไม่มีเงื่อนไข...
“ผมขอบคุณคุณมาก”
เขาโชคดีจริงๆ ที่ได้พบกับฮันซอนฮวา...
ยงกุกไม่รออะไรอีก เขาเอ่ยขอบคุณหญิงสาวที่สวยทั้งกายสวยทั้งใจกระเสือกกระสนวิ่งกลับไปเก็บของที่โรงแรมตามเสียงเรียกร้องของหัวใจที่ลิงโลดแล่นถลาไปหาใครอีกคน
ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไร...บังยงกุกก็จะทำให้จองแดฮยอนกลับมาเป็นของเขาอีกครั้งให้ได้...
“แดฮยอน! อยู่ข้างในหรือเปล่า! เปิดประตูให้ฉันหน่อย!”
ยงกุกไปเคาะประตูห้องดาดฟ้าของจองเมเนเจอร์ทันทีที่กลับมาถึงโซล แต่ไม่ว่าจะเคาะเรียกเท่าไหร่คนด้านในก็ไม่มีท่าทีว่าจะมาเปิดประตูต้อนรับ โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ แดฮยอนอาจจะเกลียดเขามากจนไม่อยากเจอหน้ากันอีก แต่อย่างน้อย...ขอแค่รับฟังคำขอโทษจากคนไม่ดีคนนี้ได้หรือเปล่า ขอแค่รับฟังว่าเขาเสียใจมากแค่ไหน...แค่นั้นก็ยังดี...
ทว่าบังยงกุกก็เป็นต้องใจสลายเมื่อหญิงวัยกลางเจ้าของตึกเดินขึ้นมาบอกเขาว่า บ้านเล็กบนดาดฟ้าถูกปล่อยว่างให้เช่าเพราะเจ้าของเก่าย้ายออกไปแล้ว...แปลว่าจองแดฮยอนก็คงไม่กลับมาที่นี่อีก
ยงกุกไม่เคยรู้สึกสิ้นหวังขนาดนี้มาก่อน ความมืดบอดประเดประดังเข้ามาเกาะกุมทุกพื้นที่ให้หัวใจ เขาไม่รู้ว่าจะไปตามหาแดฮยอนได้ยังไงและที่ไหน แล้วก็ไม่รู้จะพึ่งพาใครได้นอกจากคิมฮิมชานอีกแล้ว มือเรียวสวยกดโทรออกหาเพื่อนสนิท เผื่อว่าฮิมชานอาจจะยังติดต่อกับแดฮยอน...
(โทรมาได้แล้วเหรอวะ? กูจัดการทุกอย่างตามที่มึงขอแล้วนะ...)
“ช่วยกูด้วยฮิมชาน...” เสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าปวดร้าว ละล่ำละลักวิงวอนขอความช่วยเหลือจากปลายสายอย่างอ่อนแรง
(เป็นอะไรวะยงกุก?? นี่มึงร้องไห้ทำไม??)
“กูอยากเจอแดฮยอน...”
บังยงกุกทรุดตัวนั่งลงตรงหน้าประตูดาดฟ้า ปล่อยให้น้ำตาลูกผู้ชายไหลลงมาอย่างน่าอาย น้ำตาที่เขาไม่เคยเสียให้ใครนอกจากครอบครัวและเพื่อนสนิท...
แต่บัดนี้เขาได้เสียมันให้กับจองแดฮยอน...
ฝันร้ายที่บังยงกุกพยายามยัดเยียดให้กับใครอีกคน มันกลับย้อนคืนสนองตัวเขาเสียเอง...
“ช่วยกู...ตามหาแดฮยอนที...”
เขากำลังจะขาดใจอยู่แล้ว...
อาทิตย์กว่าแล้วที่จองแดฮยอนใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเกิดในเมืองปูซานตั้งแต่ที่บังยงกุกทิ้งกันไป เขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ที่โซลอีกจึงได้กลับมาช่วยกิจการร้านอาหารของครอบครัวที่ยังคงมีหนี้สิ้นหลงเหลืออยู่บ้าง แม้จะลดน้อยลงกว่าแต่ก่อนมากเนื่องจากจำนวนเงินในซองที่น่าจะมากกว่าที่เขาควรจะได้รับจากบังยงกุก...
แดฮยอนเคยตัดขาดจากวงการไปแล้วครั้งหนึ่ง เขาแทบไม่ดูโทรทัศน์หรือติดตามข่าวสารใดๆ อีกเลยตั้งแต่ที่พี่จีฮุนหนีไปแต่งงาน แต่ในครั้งนี้เขาไม่เหมือนเดิม...เพราะจองแดฮยอนเปิดดูทีวีทุกวี่วัน ไม่ว่าจะเป็นสัมภาษณ์ วาไรตี้ หรือแม้กระทั่งรีรันรายการเพลง เผื่อว่าจะได้เห็นใครคนนั้น...บังยงกุก
ล่าสุดที่เห็นข่าวก็เมื่อหลายวันก่อน...บนดาดฟ้า บังยงกุกไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ แต่เนื้อข่าวเขียนว่าฝ่ายนั้นดูเหมือนคนที่ผิดหวังจากความรัก...
บางทีบังยงกุกอาจจะมาหาเขา?
แต่คงไม่มีทางเป็นไปได้หรอก...
เกลียดเขาขนาดนั้นจะอยากเจอหน้ากันทำไม...
วันนี้แดฮยอนกลับมาเก็บข้าวของที่ลืมไว้บนดาดฟ้า ที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของเราสองคน แต่ก็เป็นที่ที่สร้างความทรงจำเลวร้ายให้กับเขาเช่นกัน แดฮยอนแปลกใจมากเพราะทุกอย่างมันยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ก็ไหนว่าที่นี่มีคนซื้อผูกขาดไปแล้ว...เจ้าของคนใหม่ไม่ได้มาอยู่หรือไงกันนะ?
แดฮยอนไม่สนใจ มือเล็กรีบกวาดข้าวของบนชั้นยัดใส่กระเป๋าเป้คู่ใจใบเดิมหลังขอกุญแจจากเจ้าของตึกโดยยืนยันว่า ‘จะรีบไปรีบกลับ ไม่รบกวนหรือทำลายข้าวของของเจ้าของคนใหม่’
ทว่าในตอนนั้นเอง
ที่เสียงของใครบางคนดังขึ้นด้านหลัง...
“แดฮยอน...”
เสียงทุ้มต่ำแสนคุ้นเคยที่ทำให้หัวใจของจองแดฮยอนแทบหยุดเต้น...
บังยงกุกกระหืดกระหอบตรงเข้ามาหาเขา...ใบหน้าหล่อเหลาซีดเซียวสูบผอมลงกว่าแต่ก่อน เช่นเดียวกันกับแดฮยอนที่ซูบผอมลงไปไม่ต่างกัน
“...คือผม...” เสียงหวานอึกอักเอ่ยออกไปโดยไม่มองคู่สนทนาเพราะมั่นใจว่าบังยงกุกคงไม่อยากแม้แต่จะเห็นหน้าเขาอีก “ผมแค่...มาเก็บของ...เสร็จแล้วจะรีบออกไป...”
แดฮยอนก้มหน้าก้มตาเก็บของให้เสร็จไวๆ ด้วยความรู้สึกมากมายเอ่อล้นในอก เขาดีใจที่ได้เห็นหน้าบังยงกุก แต่ก็เสียใจเช่นกัน...เพราะมันทำให้ความรู้สึกแย่ๆ หลั่งไหลเข้ามาหา
ดวงตาดุคมวาวโรจน์ร้ายกาจ การกระทำป่าเถื่อน ไหนจะถ้อยคำปรามาสที่เปรียบดั่งเข็มพันเล่มทิ่มแทงหัวใจ
เขาควรรีบออกไปจากที่นี่...
ไม่อย่างนั้นน้ำตาต้องไหลลงมาแน่ๆ
ทว่าร่างทั้งร่างของจองแดฮยอนก็ถูกรั้งเข้าไปกอดด้วยสองแขนของบังยงกุก...
แผ่นหลังเล็กปะทะเข้ากับอกกว้าง...วงแขนแกร่งโอบล้อมอยู่ที่ลำคอของเขาขณะใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ วางลงมาบนบ่า...
บังยงกุกไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำเพราะไม่รู้ว่าควรจะต้องพูดอะไรในตอนนี้...แม้แต่คำว่าขอโทษ เขาก็ยังรู้สึกว่ามันน้อยเกินไปด้วยซ้ำสำหรับความผิดที่ทำลงไป พอคนตัวเล็กพยายามดิ้น ยกสองมือขึ้นจับแขนของเขาที่โอบรัดอยู่รอบลำคอและพยายามปลดมัน เขาก็จับแดฮยอนพลิกตัวเข้าหา แล้วกอดกระชับแน่นมากที่สุดเท่าที่จะแน่นได้...
ต่อให้อยากหนี...บังยงกุกก็จะไม่ยอมให้แดฮยอนหนีไปไหนได้อีกแล้ว
“ปล่อยผม...คุณยงกุก” จองแดฮยอนสั่งเสียงอ่อนเครือ เขาหยุดดิ้นรนเพราะจนใจจะต่อต้าน ในเมื่อพยายามเท่าไหร่ฝ่ายนั้นก็ยังใช้กำลังบังคับข่มขู่เขาอยู่ดี...เหมือนอย่างในคืนนั้นที่แม้ว่าเขาจะร้องขอเท่าไหร่ หรือเสียน้ำตามากแค่ไหน...บังยงกุกก็ไม่ยอมหยุดเลย...
“ฉันขอโทษที่เข้าใจผิด...อย่าเย็นชากับฉันได้มั้ยแดฮยอน”
“...”
“ฉันจะตายอยู่แล้ว...”
บังยงกุกเอ่ยร้องขออย่างชอกช้ำก่อนร้องไห้ออกมาเงียบเชียบบนบ่าของแดฮยอน...เขาซื้อที่นี่เอาไว้เพราะมันเป็นสถานที่ที่เราสองคนมีความทรงจำร่วมกันอย่างมากมาย อย่างน้อยๆ ที่นี่ก็เป็นที่ที่เราเจอกันครั้งแรก...เขาไม่ต้องการให้ใครมาเช่าต่อซ้อนทับ และแวะมาดูทุกวันที่ว่างเผื่อว่าวันหนึ่งจองเมเนเจอร์ของเขาจะกลับมา...จนกระทั่งในวันนี้...
แดฮยอนไม่รู้หรอก...ที่บอกว่าเข้าใจผิด บังยงกุกรู้เรื่องทุกอย่างดีมากแค่ไหน...รู้แต่เพียงว่าแดฮยอนเจ็บมากเหลือเกิน...
มันไม่ใช่ที่กาย...เพราะเจ็บกายไม่นานมันก็หายดี แต่แผลที่ใจ...ต้องทำยังไงเขาถึงจะลืมมันได้ลง...
“แล้วตอนที่ผมขอร้องคุณ...ทำไมคุณถึงไม่หยุด”
“...”
“ผมเจ็บแค่ไหนคุณรู้บ้างหรือเปล่า...”
แดฮยอนกัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บปวด ดวงตาใสแดงก่ำ น้ำตาที่พยายามกลั้นเก็บรื้นขึ้นมาเอ่อคลอรอบดวงตาหวานก่อนร่วงเผาะลงมาในอ้อมกอดของคนตรงหน้า...
“คุณ...เป็นคนทิ้งผม...” แดฮยอนพ้อเสียงสั่น ยังจำได้ดีว่าตอนนั้นเขารู้สึกอย่างไรเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าบังยงกุกทิ้งเขาไปโดยไม่มาดูดำดูดี เปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลง...หยดน้ำตาไหลลงมาจนชุ่มอกของคนตรงหน้า “ผม...กลัว”
บังยงกุกหัวใจแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ กับถ้อยคำตัดพ้อต่อว่าที่กัดกร่อนหัวใจแข็งกระด้างของเขาให้ตายลงอย่างช้าๆ
เขาผิดเองที่ทิ้งแดฮยอนไป...จะมาเรียกร้องเอาตอนนี้มันก็คงยากที่จะได้รับอะไรกลับคืน...
แดฮยอนหลุบตาลงต่ำตอนที่ชายหนุ่มค่อยๆ คลายวงแขนออก เขารู้ดีที่สุดว่าบังยงกุกไม่ใช่คนที่มีความอดทนสูงนัก โดยเฉพาะกับเด็กผู้ชายธรรมดาๆ อย่างเขา มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนดังอย่างนั้นจะมาเสียเวลางอนง้อด้วย
ทว่าจองแดฮยอนคิดผิด...
เพราะบังยงกุกละทิ้งซึ่งศักดิ์ศรีและความอาย ยอมคุกเข่าลง...ตรงหน้าเขา...
“คุณยงกุก! ลุกขึ้นก่อน!” คนตัวเล็กว่าอย่างตื่นตระหนกพยายามดึงแขนให้ฝ่ายนั้นลุกขึ้นยืน มันเป็นครั้งแรกที่เขาสบเข้ากับนัยน์ตาคมแสนเศร้าโศกที่มองตอบมา
“ฉันไม่มีอะไรจะแก้ตัว...แต่ยกโทษให้ฉันได้มั้ย...”
“...”
“ฉันรักนายมากจริงๆ”
อาจจะฟังดูเห็นแก่ตัวที่วิงวอนร้องขอให้แดฮยอนยกโทษให้อย่างหน้าด้านๆ แต่คนอย่างบังยงกุกทำดีที่สุดได้เท่านี้จริงๆ
เขาไม่เคยถูกทิ้ง และไม่เคยต้องมางอนง้อใครแบบนี้ แต่ตอนนี้เขากำลังทำทุกอย่างเพื่อร้องขอให้จองแดฮยอนกลับมารักกันเหมือนเดิม
ทว่าสิ่งที่เขาทำลงไปในคืนนั้นมันคงยากเกินกว่าจะให้อภัยจริงๆ
แดฮยอนถึงได้เดินหนีเขาไปโดยไม่คิดหันหลังกลับมามองกันอีก...
บังยงกุกลดสายตาลงมองพื้น เขาไม่คิดแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเพราะคงทำใจไม่ได้หากต้องทนเห็นแผ่นหลังเล็กแสนคุ้นเคยนั่นค่อยๆ ไกลห่างออกไปทุกที...
ยงกุกไม่โกรธ ไม่เกลียดแดฮยอน เขายินดีน้อมรับผลทุกอย่าง สองขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเมื่อคนตัวเล็กเดินลับหายไปพ้นสายตา อย่างน้อยเขาก็ได้ขอโทษ ได้บอกความรู้สึกที่มันยังคงติดค้างในใจ ต่อให้แดฮยอนจะไม่ให้อภัย เขาก็ต้องยอมรับ...
ต่อจากนี้...บังยงกุกก็แค่ต้องทำตัวให้ชิน เขาจะอยู่ และต้องอยู่ให้ได้...
แม้จะไม่มีจองเมเนเจอร์อยู่ข้างกายอีกต่อไป
คนเลวๆ อย่างเขาจะเหลืออะไรนอกจากความสูญเสีย...
บทเรียนสำหรับความโง่งม...มันได้ลงโทษเขาแล้ว...
“ทำแบบนี้จะดีเหรอแดฮยอน...” คิมฮิมชานดึงแขนจองแดฮยอนเอาไว้ตอนที่ฝ่ายนั้นเดินลงมาจากดาดฟ้าอย่างอ่อนแรง แดฮยอนร้องไห้จนหน้าหวานๆ บิดบู้ยับยู่เหมือนเด็กน้อยพยายามปาดน้ำตาตอนที่เห็นเขากับยงนัมยืนอยู่ด้านล่าง
“พี่สองคน...มาได้ยังไงครับ?” คนตัวเล็กพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว
“พี่เป็นคนขอให้คุณป้าเขาโทรหาถ้าแดฮยอนกลับมา...ยงกุกเล่าให้พี่ฟังหมดแล้วนะ”
“...”
“พี่รู้ว่ามันยาก แต่พี่แค่อยากให้แดฮยอนฟังไว้...แดฮยอนก็รู้ใช่มั้ยว่ายงกุกมันทั้งใจร้อนแล้วก็ขี้หึงมากขนาดไหน...ต่อให้ไม่ใช่มัน ถ้าเป็นพี่...หรือใครก็ตาม หลักฐานชัดเจนขนาดนั้นเป็นใครก็ต้องเข้าใจผิดทั้งนั้น...ไม่มีใครทนใจเย็นอยู่ได้หรอกนะ”
“พี่ฮิมชานเข้าข้าง...”
“พี่ไม่ได้เข้าข้าง...ยงกุกมันไว้ใจคนยาก รักแล้วรักเลย...แล้วมันก็รักเรามาก...”
“เขาไม่ได้รัก...” แดฮยอนเอ่ยเบาหวิวเลี่ยงหลบสายตาสองคู่ที่จ้องมองมาอย่างจริงจัง
“อย่าโกหกตัวเองแดฮยอน...อย่าทำอะไรที่จะต้องมานั่งเสียใจภายหลัง” คิมฮิมชานอธิบายให้ฟังอย่างหนักใจ เขาไม่เก่งเรื่องพวกนี้นัก เพราะชีวิตรักของตนเองก็ยังล้มเหลว ฮิมชานเพียงแค่พูดไปตามที่คิด เผื่อว่ามันจะช่วยให้ทิฐิในใจของคนตรงหน้าทลายลงได้บ้าง “คนบางคนบนโลกใบนี้รักกันแทบตายก็ยังไม่ได้อยู่ด้วยกันเลย แต่ทั้งที่เราสองคนยังรักกัน ทั้งที่ยังมีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน...แดฮยอนลองเอากลับไปคิดดูให้ดีๆ”
“...”
“แดฮยอนอาจจะไม่รู้...แต่คืนนั้นไอ้ยงกุกมันตามเราไปที่โรงแรม แล้วมันก็ยังโทรมาขอร้องให้พี่สองคนดูแลตอนที่เราหมดสติ...มันเองก็เจ็บไม่แพ้แดฮยอนหรอกนะ”
“ผม...อยากกลับบ้าน...” แดฮยอนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อีกหน ความพยายามที่จะเก็บกลั้นน้ำตาใกล้พังครืนลงมาอีกระลอก ใบหน้าหวานไม่กล้าเงยขึ้นมองรุ่นพี่ทั้งสองเลยแม้แต่นิด เพราะสิ่งที่พี่ฮิมชานพยายามจะบอกกันมันสะกิดใจเขาเข้าอย่างจัง...
ไม่อยากยอมรับว่าหัวใจของเขามันอ่อนยวบตั้งแต่ได้เห็นหน้าบังยงกุก เพียงแต่ส่วนลึกข้างในก็ยังคงคัดค้าน
เพราะเขาเจ็บมามากเกินทนจนไม่อยากรักใครอีกแล้ว...
“พี่อยากได้น้องชายของพี่คืน...” คราวนี้เป็นบังยงนัมที่เอ่ยออกมาหลังจากยืนฟังคนรักสอนใจเด็กน้อยตรงหน้าอยู่นานสองนานเพราะไม่อยากก่าวก่ายนัก “แดฮยอนให้พี่ได้หรือเปล่า?”
จองแดฮยอนไม่รู้ และคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น
เขาต้องทำยังไง...
ถ้าหันหลังกลับไป...แดฮยอนจะเจ็บอีกเป็นครั้งที่สามหรือเปล่า
เขาไม่รู้เลย...
(Epilouge)
(นี่มึงจะไม่บอกกูจริงๆ เหรอว่ามึงอยู่ที่ไหน...แล้วละครมึงล่ะว่าไง) ฮิมชานถามอย่างเหนื่อยใจเพราะไม่ว่าจะพยายามถามเท่าไหร่ ปลายสายก็ไม่ยอมปริปากบอกเลยว่าหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน
“ละครสต็อก กูกลับมาเดือนหน้าก็คงไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่...”
(เฮ้อ...กูไม่รู้หรอกนะว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกมึงสองคน แต่ฟังกูนะยงกุก...ถึงมึงจะโกรธแดฮยอนแค่ไหน มึงก็ไม่มีสิทธิ์ไปข่มขืนเขา)
คิมฮิมชานพยายามพูดเตือนให้เพื่อนรักได้สติ เขาไม่รู้จริงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเพราะก่อนหน้านี้ทั้งยงกุกและแดฮยอนก็ดูจะรักกันดี โดยเฉพาะไอ้ยงกุก ที่เกือบจะเรียกได้ว่าคลั่งรักแดฮยอนขนาดนั้น...แต่เมื่อประมาณตีสองไอ้ยงกุกมันโทรมาบอกให้เขาและยงนัมไปหาแดฮยอนที่ดาดฟ้า น้ำเสียงฟังดูไม่ดี แถมยังสั่งให้มาเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้อีกต่างหาก
พอมาถึง...ถึงได้รู้ว่ามันข่มขืนแดฮยอนป่นปี้ไปหมดจนฮิมชานเองยังนึกสงสาร ตัวน้องเขาก็เล็กแค่นั้น แล้วของมันอันตั้งเบ้อเริ่ม...
“ที่พูดนี่มึงเป็นผัวแดฮยอนอีกคนหรือไง?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยไม่พอใจนักที่ไอ้ฮิมชานเข้าข้างแดฮยอน ทั้งที่คนที่มันควรจะเข้าข้างน่ะเป็นเขาต่างหาก...เขาต่างหากที่ถูกจองแดฮยอนหักหลัง...
(ไอ้เหี้ยเอ้ย!!! เออ...แล้วนี่มึงโอเคแล้วใช่มั้ย?) คิมฮิมชานสบถใส่ความคิดเหี้ยๆ ของมันก่อนจะถามต่อด้วยความห่วงใย หากใครได้ฟังเสียงในโทรศัพท์ของมันเมื่อตอนตีสองนั่นน่ะ จะรู้ทันทีเลยว่าท้อปสตาร์มากเสน่ห์ผู้โด่งดังอย่างบังยงกุกที่ใครๆ ก็ต่างอิจฉา แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงผู้ชายธรรมดาที่ผิดหวังจากความรักได้เหมือนกัน...
“อืม...กูขอรบกวนมึงเรื่องสุดท้ายได้มั้ยฮิมชาน...” บังยงกุกเอ่ยน้ำเสียงจริงจังขึ้น
(??)
“ฝากดูแลแดฮยอนด้วย...”
(มึงทำเขาไว้แล้วมาฝากให้กูดูแลเนี่ยนะ?)
“...ดูแลให้ดีๆ อย่าให้แดฮยอนร้องไห้อีก...” ยงกุกเอ่ยขอให้เพื่อนรักช่วยดูแลหัวใจแทนเขา นึกไปถึงใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยน้ำตาของแดฮยอนทีไรก็ยังเจ็บแปลบที่กลางอกมาจนถึงบัดนี้ “แล้วเดือนหน้า...”
(...)
“หาเมเนเจอร์คนใหม่ให้กูที...”
เพราะหัวใจของเขามันเจ็บมากเสียจนยงกุกคิดว่าเขาคงไม่อาจทนอยู่ใกล้ๆ แดฮยอนได้อีกแล้ว...
To Be Continue
โดนแบนอีกแล้วค่ะ ._.
**จะเม้นท์รบกวนกลับไปเม้นท์ให้ที่หน้าหลัก Dek-D หรือใน ตอนที่ 10 นะคะ**
Talk: ตอนหน้าจะเปิดสั่งจองรวมเล่มแล้วนะคะ (เตือนล่วงหน้า น่าจะประมาณปลายเดือนธันวาคม เพราะช่วงนี้ยังติดทำโปรเจ็คค่ะ T^T) สรุปแล้ว #จองเมเน จะมีทั้งหมด 12 ตอน + สเป 3 ตอน เป็น 15 ตอนค่ะ อีกสองตอนก็จบแล้ว...ก็หวังว่าทุกคนจะยังติดตามและคอยเป็นกำลังใจให้กันแบบนี้จนกว่าจะปิดเรื่องเลย
ตอนที่แล้วอยากบอกว่าดีใจมากๆ ที่ทำให้หลายๆ คนเสียน้ำตา แต่ตอนนี้ความจริงกระจ่างแล้วนะคะ ถ้าถามว่าใครผิด จริงๆ ก็ผิดทั้งคู่ แต่ยงกุกผิดมากกว่านิดหน่อยที่ทำเกินไป แล้วยงกุกก็ไม่ได้ไม่ฟัง แต่แดฮยอนไม่ยอมเล่าเอง ที่เขาทำไปเพราะรักทั้งนั้น อย่าได้โกรธเคืองพี่ยงกุกเลยนะคะสงสารชี 555555555 ส่วนแดฮยอนก็ไม่ใช่ว่าไม่ยอมบอก แต่บอกไม่ได้ต่างหากเพราะกลัวจีฮุนจะเล่นสกปรกและซอนฮวาขอร้องไว้ โล่แจนี่ได้กันแล้วอะไรก็ดีไปหมดเนอะ ใบ้อีกทีว่าตอนหน้ามี NC บังแดอีกแล้วค่ะ ครั้งนี้คงจะเป็นอะไรที่ทุกคนรอคอยจริงๆ แล้วนะคะ 55555
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และการสกรีมแท็กเช่นเคย เราชอบอ่านเม้นท์มากจริงๆ ค่ะ อ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบเลย
เจอกันตอนหน้าพร้อมการเปิดจองรวมเล่มค่า ^^
Twitter: @janeiizm ติดแท็กฟิค #จองเมเน
FAV : VOTE

ยูยองแจนั่งถอนหายใจอยู่ร่วมชั่วโมงตั้งแต่พาชเวจุนฮงกลับมาบ้าน เขาถือวิสาสะยกเลิกงานทั้งหมดของน้องชายโดยให้เหตุผลกับทางกองถ่ายว่าไม่สบายก่อนพาเด็กตัวสูงหลบออกมาทางด้านหลังเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต วันนี้จุนฮงยอมเชื่อฟังเขาง่ายๆ ก็จริงอยู่ แต่ถ้าหากเชื่อฟังกันแล้วต้องกลายมาเป็นคนไร้วิญญาณไม่ยอมพูดจาสีหน้าอมทุกข์แบบนี้ ยูยองแจก็ไม่ต้องการเช่นกัน
จุนฮงผล็อยหลับไปทั้งน้ำตา ครั้งสุดท้ายที่เขาถูกตัว ยองแจรู้สึกว่าอีกฝ่ายตัวรุมๆ เหมือนคนเป็นไข้จึงได้โทรตามหมอมาดูอาการ ก็ได้ความว่าเป็นไข้จริงๆ
แต่น่าจะเป็นไข้ใจที่ลุกลามกัดกินไปทั่วทั้งร่างกายเสียมากกว่า...
“ไม่ต้องวิตกขนาดนั้นหรอกน่ายองแจ...ฉันฉีดน้ำเกลือให้แล้ว พักผ่อนมากๆ เดี๋ยวก็คงดีขึ้น” พีเนียล หรือที่รู้จักกันดีในนาม ‘คุณหมอชิน’ พูดขณะก้มลงเก็บอุปกรณ์การแพทย์ที่เตรียมมาใส่กระเป๋าแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองหน้าหวานๆ ของเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้ม “นายไม่คิดจะหันมาชอบฉันจริงๆ เหรอยองแจ?”
“นายก็รู้ว่าฉัน...”
“รักจุนฮง” เป็นเสียงของพีเนียลที่เติมประโยคให้จนสมบูรณ์ก่อนชายหนุ่มจะถอนหายใจออกมา “นายเนี่ยน้า...อะไรๆ ก็จุนฮง จุนฮง เอาชนะใจนายมันยากจริงๆ เลยนะยองแจ”
พีเนียลพูดอย่างสบายๆ เพราะถูกเลี้ยงมาตามสไตล์เด็กฝรั่ง อีกทั้งเขาก็ชินเสียแล้วกับการถูกยูยองแจปฏิเสธ เพราะงั้นถึงได้ต้องเทียวจีบแบบทีเล่นทีจริงมาตลอดเพื่อจะได้ไม่เป็นการทำร้ายหัวใจของตัวเองจนเกินไป แต่ยองแจก็ไม่มีท่าทีจะหวั่นไหวเลยให้ตายเถอะ
“เดี๋ยวไปส่งนะ” ยองแจยิ้มหวานแล้วรุนหลังเพื่อนสนิทที่สนิทไม่แพ้กับจองแดฮยอนไปที่ประตู ทว่าจู่ๆ คุณหมอลูกครึ่งก็หันมาคว้าตัวเขาเข้าไปกอดเสียแน่นไม่ทันให้ได้ตั้งตัว ก่อนจะผละออกแล้วยิ้มกว้างแป้นแล้นส่งให้
“ตัดใจได้เมื่อไหร่ยินดีรักษาหัวใจให้ฟรีนะ”
ยองแจตีแขนเพื่อนจอมฉวยโอกาสไปหนึ่งที หากแต่ก็อดยิ้มกับความขี้เล่นของพีเนียลไม่ได้สักครั้ง ทั้งสองพากันเดินออกจากห้องนอนพร้อมๆ กับเสียงหัวเราะ...ที่แม้จะไม่ได้ดังมากนัก
แต่กลับดังก้องชัดเจนในโสตประสาทของชเวจุนฮง
นัยน์ตาสีเทาค่อยๆ ขยับลืมขึ้นท่ามกลางความมืดที่ปกคลุมไปทั่วทั้งหัวใจ พร้อมกับความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่...
จุนฮงไม่เคยรู้ แล้วก็ไม่เคยคิดด้วยว่ายูยองแจ...ชอบเขา
ถึงบางครั้งจะเคยนึกเอะใจอยู่บ้างที่ยองแจคอยอยู่เคียงข้างกันเสมอ ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยทำตัวดีๆ ด้วยเลยสักครั้ง
พี่อยากให้จุนฮงลองมองคนใกล้ตัวดูบ้าง...คนที่รักและคอยอยู่ข้างๆ จุนฮงตลอดเวลา
หรือว่ายูยองแจคือคนๆ นั้น?
คนที่พี่แดฮยอนพยายามจะบอกกัน?
มันน่าแปลกที่จุนฮงไม่ได้รู้สึกรังเกียจที่พี่ชายต่างสายเลือดมอบความรู้สึกที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นระหว่างสองเราให้กับเขา น่าแปลกที่จุนฮงอยากได้ยินจากปากของยูยองแจเพราะต้องการยืนยันให้แน่ชัดว่าสิ่งที่เขาได้ยินเมื่อครู่มันเป็นเรื่องจริง...และน่าแปลกที่เขาไม่ได้ต้องการให้ยองแจตัดใจ
ความรู้สึกที่เป็นอยู่ในตอนนี้มันคืออะไรกันแน่?
.
ยูยองแจกลับมาที่ห้องนอนของจุนฮงอีกครั้งและคอยเฝ้าดูอาการอยู่เป็นระยะๆ ครั้งนี้เขาอยากตำหนิแดฮยอนยิ่งนัก ทั้งที่เคยขอร้องเอาไว้ว่าอย่าทำร้ายจิตใจจุนฮงเพื่อเขา ต่อให้ยองแจจะต้องเจ็บ เขาก็ไม่ต้องการให้จุนฮงต้องเสียใจ แต่จองแดฮยอนเป็นพวกคิดอะไรก็พูดไปอย่างนั้น ไม่ใช่พวกชอบโกหกหรือปิดบังความรู้สึกของตัวเองอยู่แล้ว แดฮยอนยืนยันเสมอว่า ‘ยอมทำให้ใครบนโลกนี้เสียใจก็ได้ แต่คนๆ นั้นต้องไม่ใช่ยูยองแจ’ ทุกอย่างก็เลยลงเอยอย่างที่เห็น...
ถึงแดฮยอนจะทำแบบนั้น...แต่ยองแจจะมีอำนาจอะไรไปเปลี่ยนใจคนที่เกลียดได้กันล่ะ
“จุนฮง...ลุกมากินข้าวก่อน...อ๊ะ!” ยองแจตั้งใจสะกิดปลุกคนหลับเท่านั้น ทว่าในทันทีที่จุนฮงลืมตาขึ้น ฝายนั้นก็ฉุดแขนเขาอย่างแรงจนเซล้มลงบนเตียง...บนร่างของจุนฮง...
เจ้าของใบหน้าหวานเบิกตากว้างทำหน้าไม่ถูกเพราะกลัวว่าเด็กตัวสูงจะโกรธเอาที่เขานอนทับอยู่บนตัวเช่นนี้ ยองแจหยัดตัวขึ้นนั่งตั้งท่าจะลุกออก แต่จุนฮงกลับยึดข้อมือทั้งสองของเขาเอาไว้แน่นทั้งที่ยังนอนอยู่
“ถ้าชอบฉัน...”
“จุนฮง...”
“ทำให้ฉันลืมพี่แดฮยอนได้มั้ย...”
จุนฮงไม่อ้อมค้อม คำพูดของเขาทำให้คนบนตักเป็นต้องหลบตาวูบ
“ฉันอยากลืมพี่แดฮยอน...ช่วยฉันทียองแจ”
ยองแจไม่รู้ว่าภายใต้ดวงตาสั่นไหวของน้องชายมันมีอะไรแฝงอยู่เบื้องหลังหรือไม่ แต่น้ำเสียงที่มักแข็งกร้าวกับเขาอยู่เสมอในตอนนี้อ่อนลง มืออุ่นที่จับข้อมือทั้งสองของเขาก็สั่นเทิ้ม จุนฮงเสียงสั่นเหมือนคนจะร้องไห้เต็มที ดูทั้งอ่อนไหวและอ่อนแอ ไม่ใช่เด็กผู้ชายตัวโตแสนเย่อหยิ่งคนเดิมอีกแล้ว
ตอนนั้นหัวใจของยองแจเต้นแรงเพราะตื่นตระหนกที่อีกฝ่ายรับรู้ความรู้สึกที่เขาพยายามปิดบังมาโดยตลอด แม้ในใจจะคิดคัดค้านเพราะเขาไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ของใคร และไม่ใช่เครื่องมือที่จุนฮงจะมาหยิบยืมใช้เพื่อลืมใครบางคน...
แต่ทำไมร่างกายถึงไม่ฟัง
ยองแจบิดข้อมือออกจากการจับกุมแล้วโน้มตัวลงใกล้ๆ คนเป็นน้อง กดจูบแผ่วเบาลงบนริมฝีปากอุ่นซีด ก่อนที่จุนฮงจะสอดมือเข้ามาใต้ท้ายทอย กดศีรษะคนด้านบนลงมาเพื่อให้เรียวปากของเราทั้งสองสัมผัสกันอย่างแนบแน่น
หากจะโทษก็คงต้องโทษหัวใจของยูยองแจ...
ที่ใจอ่อนยอมชเวจุนฮงอยู่เรื่อยไป
เด็กตัวสูงดึงผ้าห่มออกจากตัวแล้วทิ้งมันลงบนพื้น ก่อนพลิกร่างของยองแจลงนอนแผ่
ถอดเสื้อ...ปลดกางเกง
ทั้งสองเปิดเผยเรือนร่างโดยไม่คิดกระดากอายอีกต่อไป
ในเมื่อเราก็ไม่ใช่พี่น้องกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
“อือ...จุนฮง...” ยองแจครางเสียงแผ่วหน้าแดงซ่าน
ร่างเปลือยเปล่าแนบชิดเบียดเสียดมอบสัมผัสอุ่นร้อนวาบวามให้แก่กัน
“นาย...อ๊ะ...จะเรียกชื่อแดฮยอนออกมาก็ได้...”
ยองแจเอ่ยเสียงเศร้าเคล้าเสียงครางหวาน ฝ่ามือขาวไต่ขึ้นจับไหล่กว้างเป็นหลักยืดยามเมื่ออีกฝ่ายคลอนร่างเข้าใส่ ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ยองแจกลับกลัวเหลือเกิน...กลัวว่าจะได้ยินชื่อแดฮยอนออกมาจากปากของคนตรงหน้าจริงๆ
แต่...เขาทำใจเอาไว้แล้ว
หลังผ่านคืนนี้ไป...
ต่อให้ความสัมพันธ์ของเราจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็คงไม่เป็นไร...
ยองแจไม่เป็นอะไรเลยจริงๆ
“ยองแจ...”
“...”
“อือ...ยองแจ...”
เจ้าของชื่อปรือตาช้อนมองคนด้านบนอย่างไม่เชื่อหูตอนที่จุนฮงพร่ำเพรียกเรียกชื่อของเขาออกมาไม่ขาดปากราวกับต้องการตอกย้ำให้ชัดว่าคนตรงหน้าคือยูยองแจ ไม่ใช่ตัวแทนของใคร...หัวใจของยองแจพองโตเต้นระส่ำตอนที่จุนฮงทิ้งตัวทาบทับลงมาแล้วซุกใบหน้าลงข้างแก้ม วงแขนแกร่งรั้งร่างของเขาเข้าไปกอดแนบอกขณะขยับกายเข้าใส่เคลื่อนไหวร้อนแรงจนกายโยกคลอนไปตามความคะนองของเด็กหนุ่มอายุ 18
ว่ากันว่าหากใครคนหนึ่งสูญเสียบางอย่างไป ใครคนนั้นก็จะได้รับอะไรกลับคืนมาเสมอ
ชเวจุนฮงคิดว่าทฤษฏีโง่ๆ ที่เขาได้ยินมานั้นมันได้รับการพิสูจน์แล้ว...
เขาแค่ต้องการใครสักคนมาอยู่เคียงข้างเพื่อหยุดยั้งความทรมานตลอดหลายปี
เขาแค่ไม่ต้องการให้ยูยองแจไปชอบคนอื่นที่ไม่ใช่เขา...
และเขาก็แค่...เคยชินกับการต้องมียูยองแจอยู่ใกล้ๆ...
ที่ว่าพี่แดฮยอนเป็นคนใจร้ายที่คอยขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์ระหว่างเรา จุนฮงคิดว่าเขาอาจจะต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่...
เพราะความจริงแล้ว...เป็นเขาเองต่างหากที่สร้างกรอบให้ตัวเองและยืนอยู่ในจุดนั้นมาตลอด
พี่แดฮยอน...กับยองแจ...
บางที...
หัวใจของชเวจุนฮงอาจมียูยองแจอยู่ข้างในแล้วตั้งแต่ต้น...
วันนี้จองเมเนเจอร์ตามมาเฝ้าบังยงกุกเหมือนเช่นเคย ฝ่ายนั้นมีคิวถ่ายปกนิตยสารที่โรงแรมชื่อดัง ปกติแล้วแดฮยอนไม่ใช่คนขี้หึงอะไรหรอกนะ ไม่ค่อยหวงแฟนด้วย แต่เปลือยอกถ่ายแบบนั้นมันก็...
ถึงจะอ้างว่าเงินดีนิตยสารดังก็เถอะ แต่ดูก็รู้ว่าบังยงกุกดี๊ด๊าขนาดไหนตอนที่รู้ว่าดาราสาวที่ต้องถ่ายด้วยคือ ‘ชเวจีน่า’ สาวสวยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นคือหน้าอกทรงโต แล้วท่าโพสต์ที่ผู้กำกับแนะให้ทำก็มีแต่ท่าวาบหวิวทั้งนั้น เดี๋ยวกอด เดี๋ยวโอบ เบียดกายคาบเกี่ยวกันจนเหมือนถ่ายปก AV แถมคุณจีน่าก็ดันใส่ชุดขาวบางที่เกือบเรียกได้ว่าเป็นชุดชั้นในอีก
แดฮยอนก็เข้าใจอยู่หรอกว่ามันเป็นงาน
แต่เห็นนะ...หมอนั่นจงใจเอาแขนไปเบียดนมคุณจีน่าชัดๆ เลย
ไม่ว่าจะมองยังไงก็ยังหมั่นไส้อยู่ดีนั่นแหละ!
ครืนนน…
แรงสั่นสะเทือนจากมอเตอร์ในกระเป๋ากางเกงทำให้จองแดฮยอนต้องรีบหลบออกมารับโทรศัพท์ด้านนอกเพื่อจะได้ไม่เป็นการรบกวนกองถ่าย สายเรียกเข้าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แต่แดฮยอนชินเสียแล้วกับบรรดาเบอร์แปลกเพราะต้องคอยติดต่อรับงานให้กับบังยงกุกอยู่เป็นประจำ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้แนะนำตัว ปลายสายก็ชิงพูดขึ้นมาเสียแล้ว
(แดฮยอน...)
แดฮยอนขมวดคิ้วตีหน้าเครียดขรึมทันใดกับน้ำเสียงที่เขาจดจำได้แม่นไม่มีวันลืม...
โนจีฮุน
“พี่...รู้เบอร์ผมได้ยังไง?”
(พี่รู้ได้ยังไงไม่สำคัญ...สำคัญที่ว่าพี่อยากเจอแดฮยอน) แม้โนจีฮุนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มเช่นเคย หากแต่มันกลับฟังดูเหมือนเป็นคำสั่งกลายๆ เสียมากกว่า หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะดีใจที่พี่จีฮุนโทรมา แต่ไม่ใช่กับในตอนนี้...เพราะคนๆ เดียวที่ทำให้จองแดฮยอนตื่นเต้นดีใจมันไม่ใช่โนจีฮุนคนเดิม
แต่เป็นบังยงกุก
บังยงกุกที่ทำให้หัวใจที่เคยรวดร้าวของเขากลับมามีความสุขได้อีกครั้ง
เพราะฉะนั้นแดฮยอนจะไม่ยอมจมอยู่กับอดีตอีกต่อไป
“แต่ผมไม่อยากเจอพี่” คนตัวเล็กเอ่ยเสียงดังฟังชัด เขาไม่เข้าใจว่าพี่จีฮุนต้องการอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ จองแดฮยอนจะไม่มีวันยอมใจอ่อนให้โนจีฮุนอีก
(แล้วถ้าเป็นเรื่องของบังยงกุกล่ะ...)
“พี่คิดจะทำอะไร?” แดฮยอนถามเสียงแข็งเมื่อฝั่งนั้นดึงชื่อบังยงกุกเข้ามาเกี่ยวข้อง
(ออกมาหาพี่...พี่จะรอ)
โนจีฮุนกดตัดสายไปทันทีหลังทิ้งปริศนาให้คนฟังได้ครุ่นคิดตัดสินใจ แดฮยอนกัดริมฝีปากตอนที่มีข้อความสั้นจากพี่จีฮุนที่ส่งมาบอกสถานที่นัดหมายและเวลา แม้จะพยายามโทรกลับไปหวังจะคุยกันให้รู้เรื่องผ่านโทรศัพท์เพราะไม่อยากเจอหน้า ทว่าฝ่ายนั้นปิดเครื่องหนีไปเสียแล้ว
แดฮยอนได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความคับแน่นไปทั่วทั้งอก เขารู้ดีว่าพี่จีฮุนพูดจริงทำจริงเสมอ...
แดฮยอนพลาดไปแล้วจริงๆ ที่ในอดีตเคยหลงรักผู้ชายร้ายกาจคนนั้นหัวปักหัวปำ
รักมากจนอาจทำให้ใครอีกคนต้องมาเดือดร้อนเพราะเขา...
“คุยกับใครอยู่แดฮยอน?”
เสียงต่ำดังขึ้นด้านหลังทำเอาเจ้าของชื่อสะดุ้งโหยงรีบยัดโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กลงในกระเป๋ากางเกงดังเดิมทันใด
“ก็...เพื่อนครับ แล้วคุณออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่?” แดฮยอนเอ่ยโป้ปดก่อนรีบเปลี่ยนเรื่องกลบพิรุธ เขาใจเต้นถี่รัวด้วยความกังวลตอนที่ฝ่ายนั้นหรี่ตามองกันเหมือนไม่เชื่อ ซ้ำยังโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ๆ จนเขาเลี่ยงหลบตาหนีไปไหนไม่ได้อีก
“เพื่อนผู้หญิงหรือเพื่อนผู้ชาย?”
“??” จองเมเนเจอร์เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของคำถามด้วยความประหลาดใจ ก...ก็นึกว่าจะได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับพี่จีฮุนเมื่อครู่ซะอีก...
“ถ้าผู้ชายหล่อกว่าฉันเลิกคบไปเลยนะเข้าใจมั้ย! ผู้หญิงสวยมากก็ห้าม!”
แต่ถ้าจะชวนกันเล่นตุ๊กตาอันนี้ไม่ห้ามเนอะ...กำลังน่ารักสมวัย
“อืม~” แดฮยอนลากเสียงยาวแสร้งทำเป็นครุ่นคิด “เพื่อนผู้ชายครับ...หล่อด้วย”
บังยงกุกคิ้วกระตุกเพราะแดฮยอนยิ้มล้อจงใจเน้นประโยคหลังแกล้งยั่วให้เขาหึง ซึ่งกูก็หึงจริงๆ นั่นแหละ! ไอ้เหี้ยตัวไหนมันเกิดมาหน้าตาดีกว่ากูวะ! มึงเตรียมตัวตายได้เลย!
“แต่หล่อไม่เท่าคุณ...”
เพียงเท่านั้น...บังยงกุกก็อมยิ้มหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที สัสเอ้ย! ก็แล้วทำไมไม่รีบบอก...มาชมกันแบบนี้กูก็เขินแย่สิ! ถ้าไม่ติดว่าทีมงานแม่งเดินไปเดินมาเพ่นพ่านให้ทั่วไปหมดกูจะจับแดฮยอนมาจูบปากซะให้รู้แล้วรู้รอด ทำไมชอบทำตัวน่ารักเนี่ยห๊ะ! มีเมียน่ารักเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน...ใช่ปะวะ? สุภาษิตห่าเหวอะไรไม่รู้แต่น้องแดฮยอนกูน่ารักมาก หายโกรธเลยเนี่ย...แต่กูฟอร์มไปก่อน
“ก็ยังหึงอยู่ดีนั่นแหละ” ใครมีจู๋เสียบได้กูหึงหมด
แต่คราวนี้กลับเป็นแดฮยอนที่หน้าร้อนวาบขึ้นมาที่อีกฝ่ายพูดคำว่าหึงออกมาได้เต็มปาก คนตัวเล็กมองซ้ายมองขวาก่อนยกมือขึ้นทำท่าจุ๊ปากเพราะกลัวว่าจะมีใครได้ยินบทสนทนาระหว่างเราเข้า และเมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้จริงๆ เจ้าของใบหน้าหวานจึงได้เอ่ยต่อ
“แล้วจะหึงทำไมเล่า...เขาหล่อสู้คุณไม่ได้สักหน่อย”
“งั้นมาจูบก่อนเร็วทีนึง...หายหึงเลย” ริมฝีปากสีเข้มคลี่ยิ้มเป็นต่อ ซึ่งมันก็ทำให้คนเป็นรองได้แต่มุ่ยหน้าที่ถูกคนเจ้าเล่ห์เอาเปรียบอยู่ร่ำไป ยงกุกดึงแขนคนตัวเล็กกว่าให้ขยับเข้ามาใกล้ๆ ก่อนมืออีกข้างของเขาจะชี้เข้าที่เรียวปากของตนเหมือนบังคับกลายๆ ว่าต้องจูบ
จองเมเนเจอร์พยายามปลดข้อมือออก เกลียดคนตรงหน้าชะมัดเลย แล้วจะให้เขาจูบได้ยังไงกันล่ะ...ก็ที่นี่มัน...
...จุ๊บ...
แดฮยอนมัวแต่ชักช้าร่ำไรไม่ยอมทำอะไรเสียที ยงกุกก็เลยช่วยทำให้มันง่ายขึ้น ชายหนุ่มโน้มใบหน้าประทับเรียวปากลงบนกลีบปากนิ่มสีชมพูอิ่มรวดเร็วจนเกิดเสียงดังจุ๊บแล้วจึงค่อยถอยห่างทำไม่รู้ไม่ชี้ตามเคย
ส่วนแดฮยอนน่ะ...ก็ได้แต่เบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง ใบหน้าหวานแดงวูบวาบกับการแสดงความรักแบบไม่ทันตั้งตัวของบังยงกุก ไม่เกรงกลัวฟ้าดินบ้างเลยหรือไง? อยู่ๆ ก็มาจูบ...ถ้ามีคนเห็นขึ้นมาจะว่ายังไง นิสัยไม่ดี ฉวยโอกาส แล้วยังขี้ขโมยด้วย ชอบขโมยจุ๊บเขาอยู่เรื่อย!
คนตัวเล็กเม้มริมฝีปากแน่นตวัดสายตามองคนฉวยโอกาสเหมือนจะตำหนิ แต่สุดท้ายพอเห็นรอยยิ้มกว้างของคนตรงหน้า...แดฮยอนก็ทำอะไรไม่ได้ทุกทีเลย...
“ไปทำงานก่อนนะที่รัก” ชายหนุ่มระบายยิ้มกว้างอย่างชอบอกชอบใจตอนที่เห็นจองเมเนเจอร์เหรอหรากับสรรพนามใหม่ที่เขาใช้เรียก ยงกุกรู้ว่าแดฮยอนขี้อายถึงได้ชอบแกล้งให้อีกฝ่ายได้อายยิ่งนัก เพราะแม่งโคตรจะน่ารักเลยคนบ้าอะไรเนี่ย!!!
“อื้อ~ อะ...เดี๋ยวคุณ!” แดฮยอนครางตอบตกลงแต่แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้เสียก่อนจึงรีบฉุดข้อมือของคนตัวสูงเอาไว้ “วันนี้ผมมีธุระ คุณ...กลับคนเดียวได้ใช่มั้ย...”
“ธุระอะไร?” ยงกุกพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวังนิดหน่อย คงเป็นเพราะตั้งแต่ที่ได้อยู่ด้วยกัน เราสองคนก็แทบไม่เคยต้องห่างกันเลย
“ก็...ธุระ...” จองแดฮยอนก้มหน้าตอบ เขาอึกอักไปเล็กน้อยเพราะรู้สึกไม่สบายใจนักที่ต้องโกหก เห็นแฟนหนุ่มเงียบไปก็ทำให้เขาเป็นต้องรีบหาทางทำให้อีกฝ่ายพอใจให้ได้ แม้จะต้องออดอ้อนมากเท่าไหร่หรือยอมเสียเปรียบมากเพียงใดก็ตามที
“...”
“ไว้กลับบ้านแล้วจะให้คุณจูบ...”
“...”
นี่ไง!! ก็เพราะเป็นแบบนี้ไง!! แล้วกูจะหนีไปหาใครได้อีก!! สุดท้ายบังยงกุกก็ยังเป็นบังยงกุกอยู่วันยังค่ำที่เป็นบ้าใจอ่อนกับความน่ารักของแดฮยอนเสมอ เขายิ้มกว้างจนปากจะฉีกไปถึงใบหูตอนที่เห็นคนพูดแก้มแดงจัดไม่กล้าสบตา ยื่นข้อเสนอออกมาด้วยตัวเองทั้งที่อายแสนอายแบบนั้น แล้วให้จูบตั้งสองทีแบบนี้กูก็แย่ดิ ใจจริงกูอยากจะขอจับนมจับตูดเพิ่มอีก แต่เขาให้จูบนี่ก็บุญเท่าไหร่แล้ว
โอเค...ไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไรเนอะ มีธุระอะไรก็รีบไปทำให้มันเสร็จๆ ไป จะพยายามเข้าใจก็แล้วกันว่าคนเรามันก็ต้องมีธุระส่วนตัว แล้วเราก็เพิ่งคบกันได้แค่สามวันกูจะมีปัญญาอะไรไปจุกจิกกับเขามากมาย นอกจาก...
“งั้นก็รีบกลับนะ...”
“...”
“ฉันคิดถึง”
จองแดฮยอนหน้าแดงซ่านกับคำหวาน ศีรษะกลมพยักหน้าหงึกหงักแล้วยิ้มหวานส่งให้จนตาปิด ก่อนจะค่อยๆ เดินห่างไกลออกไปทำธุระอย่างที่ว่า...
อะไรวะ...
ก็...
แดฮยอนยังไม่ทันไปไหนเลย แต่ทำไมกูคิดถึงซะแล้ว...
กูว่ากูโดนเล่นของ...
แดฮยอนทำของใส่กูแน่ๆ
จองแดฮยอนมาถึงที่หมายตามเวลานัดอย่างหวาดกังวล ปลายเท้าทั้งสองหยุดลงหน้าห้องพักในโรงแรมหรูก่อนกดรหัสตามที่เจ้าของห้องทิ้งไว้ให้ในข้อความแล้วผลักประตูเข้าไปเมื่อได้ยินเสียงปลดล็อค...
พี่จีฮุนนั่งอยู่บนโซฟาสีดำสนิทในชุดคลุมสีน้ำเงินที่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้จงใจใช้มันคลุมร่างสักเท่าไหร่นัก เพราะเสื้อคลุมมันแหวกออกจนเห็นแผงอกแกร่งชัดเจน ฝ่ายนั้นยกยิ้มใจดีขึ้นเมื่อเห็นเขายืนอยู่ตรงหน้า แต่แดฮยอนกลับมองว่ามันดูเจ้าเล่ห์เสียมากกว่าในเวลานี้
“พี่มีอะไรจะคุยกับผม...” แดฮยอนเอ่ยโดยไม่อ้อมค้อมให้มากความ ทำใจกล้าแม้จะยังหวาดหวั่น ตั้งแต่เรื่องวันนั้นก็ทำให้เขาไม่กล้านึกไว้ใจอะไรคนตรงหน้าอีกแล้ว...ทว่าชายหนุ่มตัวสูงลุกจากโซฟาแล้วขยับเข้ามาหาก่อนรั้งร่างของเขาเข้าไปกอดแน่น...
แดฮยอนยังตัวเล็กเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แม้แต่น้ำหอมก็ยังใช้กลิ่นเดิมที่เขาเคยบอกว่าชอบ...นอกจากความน่ารักกับนิสัยดื้อดึงที่เพิ่มขึ้นจากแต่ก่อน จองแดฮยอนก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยสักอย่าง...
“พี่คิดถึงแดฮยอน...ไม่ได้เหรอ?”
“ผมไม่ใช่คนที่พี่ควรคิดถึงอีกต่อไปแล้ว...” คนถูกกอดผลักร่างสูงใหญ่ออกแล้วเอ่ยโดยไม่มองหน้า ในเมื่อคิดจะตัด...เขาก็ต้องตัดเยื่อใยความสัมพันธ์นั่นให้ขาด แม้จะยังรู้สึกเจ็บอยู่บ้าง แต่แดฮยอนเชื่อว่าอีกไม่นานมันก็คงหายสนิท
“ไม่เอาน่า...พี่รู้ว่าแดฮยอนเองก็คิดถึงพี่” จีฮุนเชยคางเรียวให้เงยหน้าขึ้นสบตากัน ทว่าอดีตคนรักเบี่ยงใบหน้าหนีเหมือนเคยก่อนจะเอ่ยวาจาแข็งกร้าวที่ทำให้เขาชักหงุดหงิด
“ผมไม่เคยคิดถึงพี่”
“งั้นต่อไปนี้ก็คิดถึงได้เลย!” จีฮุนกระชากเสียง
ในตอนแรกแดฮยอนไม่รู้หรอกว่าทำไมพี่จีฮุนถึงได้มั่นใจนัก กระทั่งฝ่ายนั้นหยิบรูปถ่าย 3-4 ใบออกมาจากกระเป๋าชุดคลุมแล้วชูขึ้นตรงหน้า...เพราะมันเป็นรูปที่ทำให้แดฮยอนเป็นต้องเบิกตากว้างพูดอะไรไม่ออก เมื่อตั้งสติได้ก็รีบถลาเข้าไปคว้ารูปถ่ายพวกนั้นทั้งตัว หากแต่มันก็ยังเร็วไม่เท่ากับใครอีกคนที่ชักมือหนีสองมือที่พยายามไขว่คว้า ก่อนใช้มืออีกข้างรั้งเอวเล็กเข้าชิดกาย กลายเป็นว่าจองแดฮยอนตกอยู่ใต้อ้อมแขนของโนจีฮุนอีกครั้งจนได้
“ถ้าพี่ปล่อยรูปพวกนี้ออกไป พี่จะได้อะไรบ้างรู้มั้ยแดฮยอน...”
“พี่อยากได้เงินเท่าไหร่ผมจะหามาให้ แต่อย่าทำแบบนี้...”
จีฮุนนึกสงสารขึ้นมาบ้างเพราะคนตัวเล็กวิงวอนเสียงเศร้า แต่เขาจะไม่ยอมเสียโอกาสนี้ไปเพราะรู้ดีที่สุดว่าจองแดฮยอนที่แบกรับภาระหนี้สินของครอบครัวอยู่คนนี้ไม่มีทางหาเงินมาจ่ายได้อย่างแน่นอน
รูปพวกนี้มันทำเงินให้เขาได้มาก...อาจจะมากกว่าการทำงานทั้งชีวิตของแดฮยอนเลยก็ได้
เพราะงั้นค่าตอบแทนที่โนจีฮุนควรได้รับมันต้องคุ้มค่ากว่าเงิน...
ชายหนุ่มโยนรูปถ่ายทิ้งจนมันกระจัดกระจายอยู่ที่พื้น ไม่มีความจำเป็นต้องสนใจเพราะเขามีไฟล์ต้นฉบับอยู่กับตัว จะก๊อปปี้มากเท่าไหร่ก็ย่อมได้
“ทำไงดีล่ะแดฮยอน...แต่พี่ไม่อยากได้เงิน”
โนจีฮุนว่าอย่างเป็นต่อพลางจุดรอยยิ้มขึ้นที่มุมปากทำเอาเจ้าของใบหน้าหวานเบิกตากว้างหน้าซีดเซียวอีกหนกับคำพูดกำกวม แดฮยอนลืมนึกไปว่าพี่จีฮุนมีพร้อมทุกอย่างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรูปทรัพย์หรือทรัพย์สินเงินทอง แดฮยอนคงหาอะไรมาให้พี่จีฮุนไม่ได้นอกเสียจาก...ตัว
ก็ได้แต่ภาวนาให้สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการไม่ใช่อย่างที่คิด...ทว่าการภาวนาของเขามันคงใช้ไม่ได้ผลกับโนจีฮุน
ฝ่ายนั้นปล่อยมือออกจากเอวบาง ไล่แกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของแดฮยอนออกทีละเม็ดแล้วปลดเสื้อลงจากไหล่อย่างรวดเร็วจนมันไปร่วงลงไปกองอยู่ที่พื้น เผยท่อนบนเปลือยเปล่าปรากฏสู่สายตาอีกฝ่ายอย่างน่าอาย
เท่านั้นมันก็ชัดเจนแล้วว่าพี่จีฮุนต้องการอะไร
“นอนกับพี่...”
เสียงทุ้มแสดงความต้องการออกมาอย่างหนักแน่นขณะค่อยๆ ดันร่างของคนรักเก่าไปที่เตียงโดยที่แดฮยอนไม่มีสิทธิ์ขัดขืน แม้แต่ตอนที่แผ่นหลังเล็กสัมผัสกับเตียงกว้างนอนแผ่ราบอยู่ตรงหน้าเขา...โนจีฮุนตามขึ้นทาบทับด้านบนแล้วก้มมองคนตัวเล็กที่เอาแต่เบือนหน้าหลบ ริมฝีปากอิ่มที่เขาเคยจูบตอนนี้เม้มแน่นแดงจัดจนเขานึกหงุดหงิดจับโครงหน้าสวยให้หันมาแล้วก้มลงจูบปากอิ่มสีชมพูหวานแม้คนใต้ร่างจะไม่เต็มใจ
“อื้ม...พี่จีฮุน...” แดฮยอนดันแผงอกกำยำออกก่อนเอ่ยต่อรองเสียงสั่น “แต่พี่ต้องสัญญากับผม...ว่าจะไม่วุ่นวายกับคุณยงกุกอีก”
จองแดฮยอนต้องการความมั่นใจ ว่าหากเขายอมนอนกับพี่จีฮุน...เรื่องทุกอย่างมันจะจบลงตรงนี้จริงๆ
ในเมื่อปัญหามันเริ่มจากเขา...พี่จีฮุนก็ถือว่าเป็นคนของเขา แดฮยอนก็ควรจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ว่านัยน์ตาหวานจะสั่นไหวมากราวกับหยดน้ำตาพร้อมจะร่วงหล่นลงมาได้ทุกเมื่อก็ตาม
“ทำไมแดฮยอน...”
“เพราะว่าผมรักเขา”
จีฮุนยอมรับว่าไม่พอใจที่คนใต้ร่างที่พูดออกมาได้เต็มปากเต็มคำว่ารักไอ้บังยงกุกนั่น เขาถามไปอย่างนั้นเพราะได้ฟังจากซงจีอึนว่ามันหลงรักแดฮยอนจนโงหัวไม่ขึ้น แต่ไม่คิดว่าแดฮยอนเองก็รักหมอนั่นขนาดนี้...ก่อนหน้านี้โนจีฮุนเคยมั่นใจว่าจองแดฮยอนยังรักกัน...หากแต่ดวงตาใสคู่นั้นที่กำลังจ้องมองมามันจริงจังและแน่วแน่มากราวกับต้องการตอกย้ำให้ชัด...
ว่าหัวใจดวงน้อยๆ ดวงนั้นไม่มีเขาอยู่ข้างในอีกต่อไปแล้ว
“ก็ขึ้นอยู่กับว่าคืนนี้แดฮยอนจะทำให้พี่พอใจได้มากแค่ไหน...”
โนจีฮุนก้มลงประทับริมฝีปากลงบนแผ่นอกบางที่เคยสัมผัส จะว่าไร้น้ำยาก็ได้ แต่ตลอดเวลาที่เราคบหากัน เขาไม่เคยมีเซ็กส์กับแดฮยอน อย่างมากก็แค่ต่างฝ่ายต่างใช้มือช่วยกันเท่านั้น จะว่าไป...การที่เขานอกใจแดฮยอนมันก็คงไม่ใช่ความผิดของเขาฝ่ายเดียว แต่ความไว้ท่าถือตัวของจองแดฮยอนต่างหากที่ทำให้โนจีฮุนต้องเปิดใจรับใครคนใหม่ที่พร้อมกว่าเข้ามาในชีวิต...
“อื้ออ...” เสียงหวานครวญขึ้นเมื่ออีกฝ่ายไล้ลิ้นเลียที่ยอดอก แดฮยอนเกร็งร่าง มือเล็กจิกลงกับผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดเพราะเสียววาบกับสัมผัสเปียกแฉะ หัวใจหล่นวูบตอนที่มือหนาง่วนอยู่กับการปลดเข็มขัดเส้นยาว ก่อนจับขอบกางเกงของเขารูดลงจากขาทั้งสอง...
จีฮุนไม่ได้หวังว่าความสัมพันธ์ของเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมเพราะเขาเองก็มีเมียเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว ที่ทำอยู่นี่ก็เพราะเขายังรักและคิดถึงแดฮยอนเท่านั้น...เขาอยากเอาชนะทั้งจองแดฮยอนที่แสนดื้อดึง แล้วก็สั่งสอนไอ้บังยงกุกให้มันหลาบจำที่บังอาจทำร้ายคนอย่างโนจีฮุน...
ถ้ามันอยากจะได้แดฮยอนจริงๆ
ก็พึงระลึกเอาไว้ด้วยว่าต้องเป็นของเหลือจากเขา...
บังยงกุกกลับถึงบ้านในตอนค่ำก็เตรียมทำเซอร์ไพรส์ให้จองเมเนเจอร์อย่างตั้งอกตั้งใจ วันนี้เป็นวันพิเศษมาก เพราะมันเป็นวันครบรอบ 1 เดือนที่แดฮยอนอยู่กับเขา...1 เดือนที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน แล้วก็ยังเป็นวันครบรอบ 3 วันที่เราเป็นแฟนกันด้วย อิอิ
พูดตรงๆ ว่ากูอยากจะติดประกาศทั่วราชอาณาจักร อยากโทรบอกพ่อบอกแม่ว่ามีเมียแล้วววว~ เมียน่ารักด้วยยยย~ แต่คงทำแบบนั้นไม่ได้เพราะกูยังต้องรักษาอิมเมจท้อปสตาร์ผู้โด่งดังอยู่ นี่กูก็พยายามทำทุกอย่างให้แดฮยอนเชื่อใจและไว้ใจว่ากูชอบเขามากจริงๆ ไม่เชื่อมาดูในโทรศัพท์กูได้ เบอร์โทรศัพท์สาวๆ ทั้งหลายกูลบทิ้งไปหมดแล้ว เหลือแต่เบอร์น้องแดฮยอนคนเดียว
เออๆ รูปโป๊ที่มีในเครื่องพันกว่ารูปก็ทำใจกดลบจนเหลือแค่ร้อยเดียวแล้วนะ เสียดายชิบหาย แต่ไม่เป็นไร เพราะกูไม่ต้องใช้รูปพวกนั้นช่วยตัวเองเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะรูปแดฮยอนที่ขโมยมาตอนนั้นก็ใช้แทนกันได้อยู่ แถมใช้ได้ดีเกินคาดด้วย...ผ้าก็ไม่ได้ถอดสักชิ้น แต่กูแม่งสับจู๋ซะไฟลุกเลยไอ้ห่า เร้าเหลือเกิน...
แต่ความอดทนตลอด 3 วันที่ผ่านมาของกูจะต้องไม่ไร้ความหมาย เพราะคืนนี้แดฮยอนจะต้องประทับใจในตัวกูแน่ๆ วันนี้เราจะมาสร้างแฮปปี้ไทม์ร่วมกัน! แฮปปี้! แฮปปี้! กูต้องได้ปี้!!!!
นี่กูเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว มีของกินที่แดฮยอนชอบเยอะแยะเลย รู้มาว่าเมียชอบกิน ผัวก็จัดอาหารให้เต็มบ้านไปหมด เอาของกินเข้าล่อเนาะ เผื่อฟลุ๊คได้ขึ้นมาจริงๆ จะได้แดกแม่งพร้อมกันทั้งคนทั้งอาหารเลย อิอิ
ทว่าเขายังเตรียมการไม่ทันเสร็จดีประตูหน้าบ้านก็เปิดออก...ยงกุกตกใจไม่คิดว่าแดฮยอนจะกลับมาเร็วขนาดนี้จึงรีบหันกลับไปต้อนรับ กะว่าได้แค่ไหนก็เซอร์ไพรส์ไปตามนั้น หากแต่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่จองเมเนเจอร์...
แต่เป็นซงจีอึน
“เธอมาทำไม?” เจ้าของบ้านชักสีหน้า ยงกุกไม่พอใจที่เห็นเธอเพราะคิดว่าคราวก่อนเขาพูดชัดเจนมากแล้วว่าต้องการเลิกคบหา
“ดูคุณจะรักเด็กคนนั้นจริงๆ นะคะ” จีอึนไม่ตอบคำถามหากแต่ยกยิ้มส่งให้เหมือนสมเพช ขณะที่ดวงตากลมก็ไล่กวาดมองดูสิ่งที่ท้อปสตาร์ชื่อดังอย่างบังยงกุกตั้งใจทำเพื่อจองเมเนเจอร์ “แต่ฉันไม่เห็นว่าเด็กคนนั้นจะเห็นค่าของคุณเลย...”
“ถ้าจะมาพูดเรื่องไร้สาระก็เชิญกลับไปได้”
“อย่าใจร้อนสิคะยงกุก...ฉันแค่อยากมาเตือนสติคุณด้วยความหวังดี...”
บังยงกุกไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะบอกอะไรกันแน่ กระทั่งคำพูดต่อมา...
“ฉันเห็นแดฮยอนที่โรงแรม...กับผู้ชายคนอื่น”
“ฉันไม่เชื่อ...” ยงกุกสวนกลับทันควันโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ กับคำพูดนั้นก่อนก้มลงผูกโบบนกล่องของขวัญในมือต่อเหมือนว่าเมื่อครู่นี้ไม่ได้ยินอะไร หากคนพูดเป็นฮิมชานหรือใครก็ตามที่ไม่ใช่จีอึน เขาก็อาจจะเชื่อ...แต่สำหรับซงจีอึน เขาไม่ได้โง่...ยงกุกไม่มีทางที่จะยอมให้ผู้หญิงร้ายกาจแบบนี้เสี้ยมหลอกให้ผิดใจกับแดฮยอนได้ง่ายๆ เป็นอันขาด “กลับไปซะซงจีอึน”
“ฉันกลับก็ได้ค่ะ คุณจะไม่เชื่อฉันก็ได้...แต่ฉันขอยืนยันอีกครั้งว่ามันเป็นความจริง” จีอึนยืนยันหนักแน่นด้วยลมปากแม้จะหงุดหงิดมากที่บังยงกุกหลงเด็กนั่นจนไม่ลืมหูลืมตา ทำอะไรก็ไม่ผิดสักอย่าง แต่จีอึนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะหลักฐานของเธอมันยังมามาไม่ถึง...
หญิงสาวได้แต่ยืนกระฟัดกระเฟียดตอนที่เจ้าของบ้านผายมือไล่ ทว่าในตอนนั้นเอง ขณะที่ซงจีอึนตั้งท่าจะเดินออกจากบ้าน เสียงโทรศัพท์มือถือของบังยงกุกก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ มันเป็นเสียงเตือนข้อความที่ทำให้เธอต้องแสยะยิ้มออกมาเมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่ม
บังยงกุกขมวดคิ้วเข้าหากันขณะกำโทรศัพท์ในมือแน่นราวกับว่าต้องการทำลายมันให้สิ้นซาก ข้างในอกมันปั่นป่วนร้อนวาบขึ้นมาแต่ก็ต้องพยายามทำเป็นไม่รู้สึกอะไรต่อหน้าจีอึนตอนที่เธอหันมาถามเสียงใสว่า ‘มีอะไรหรือเปล่าคะยงกุก’
“ไม่มี...เธอกลับไปได้แล้ว”
ชายหนุ่มยังคงออกปากไล่เช่นเคย แม้ว่ายงกุกจะพยายามแสดงสีหน้าเรียบเฉยเพียงใดแต่ก็ไม่อาจซ่อนความรู้สึกผ่านดวงตาคู่นั้นได้มิด นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ อีกทั้งเสียงต่ำก็ฟังดูเคร่งเครียดกว่าทีแรกมาก ดูก็รู้ว่ามันต้องมีอะไรแน่นอน แล้วอะไรที่ว่าก็คงหนีไม่พ้นหลักฐานของเธอ...จีอึนยอมกลับไปอย่างง่ายดายเพราะต่อจากนี้เธอจะปล่อยให้มันเป็นเรื่องของบังยงกุกกับจองแดฮยอนที่ต้องจัดการ
เพราะถึงยังไงซงจีอึนก็มั่นใจ...ว่าแผนการของเธอกับโนจีฮุนมันได้สำเร็จไปเกินกว่าครึ่งแล้ว...
บังยงกุกได้แต่นั่งทอดถอนใจขณะพินิจมองคลิปวิดีโอที่ถูกส่งมาเมื่อครู่ มันเป็นคลิปสั้นๆ ที่ถ่ายจากมุมหนึ่งของห้องพักในโรงแรมหรูใหญ่โตที่เพียงแค่มองก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นที่ใด เพราะที่นั่นขึ้นชื่อเรื่องวิวสวยงามที่มองเห็นกรุงโซลได้ชัดเจนจากห้องพัก แต่ที่สำคัญกว่านั้น...
เขาเห็นแดฮยอน...กับผู้ชายอีกคนอย่างที่จีอึนว่า...
แล้วผู้ชายคนนั้น...ก็คือโนจีฮุน
แดฮยอนนอนเปลือยอกยอมให้อดีตคนรักในชุดคลุมสีน้ำเงินไล่จูบเรื่อยลงมา...
ยงกุกพยายามสังเกตรอบๆ เพื่อจับผิดคลิปนั่น หวังว่ามันจะเป็นเพียงการตัดต่อหรืออะไรก็ได้ แต่เขากลับหาความผิดปกติไม่พบเลยแม้แต่น้อย ยงกุกอยากเชื่อใจและอยากเข้าข้างแดฮยอน เข้าข้างว่าจองเมเนเจอร์ของเขาอาจจะถูกหลอกไปทำเรื่องอย่างว่า แต่ภาพที่เห็นมันเป็นการสมยอมชัดเจน...มองเป็นการต่อสู้ขัดขืนไปไม่ได้เลย
บังยงกุกไม่แน่ใจว่าเขาควรรู้สึกอย่างไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือเขาผิดหวังในตัวแดฮยอน...หัวสมองของยงกุกในตอนนี้มันว่างเปล่าเช่นเดียวกับอกซ้ายที่วูบโหวง เขาคิดอะไรไม่ออกได้แต่บอกตัวเองว่ามันคงไม่ใช่อย่างที่คิด แต่บังยงกุกก็ไม่อาจเพิกเฉยต่อเสียงลมเป่าหู เพราะหากมาคิดดู...ก่อนหน้านี้แดฮยอนเองก็ทำตัวแปลกๆ เหมือนมีอะไรปิดบังกันอยู่...
นี่น่ะเหรอเพื่อนผู้ชาย? แล้วธุระที่ว่าก็คือการไปนอนทอดกายให้ไอ้จีฮุนนั่น?
เขาเคยคิดว่าความรู้สึกที่มีต่อแดฮยอนมันอาจเป็นเพียงความหลงใหลชั่วครั้งชั่วคราว อาจแค่อยากได้ตัว หลังมีเซ็กส์กันยงกุกก็คงจะเบื่อและเลิกตอแยไปเอง...แต่ในตอนนี้เขารู้แล้ว...
ว่าหากแค่หลง...เขาจะไม่มีวันผิดหวังเท่านี้ หากแค่ชอบ...เขาจะไม่มีวันเจ็บปวดเท่านี้
ที่เป็นอยู่นี่ก็เพราะว่าเขารักแดฮยอน...
ยงกุกไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งผู้ชายมากเสน่ห์เจนโลกอย่างเขาจะถูกคนรักหักหลัง...เขาไม่ใช่คนดี...แล้วก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูน แต่ก็พยายามหักห้ามสัญชาตญาณดิบของตัวเองเพราะต้องการถนอมหัวใจของแดฮยอน
ทั้งที่ยงกุกไม่ได้ชอบผู้ชายและตั้งแง่รังเกียจเกย์ รู้หรือเปล่าว่ามันยากมากแค่ไหนกว่าจะทำใจยอมรับ...และที่เขาพยายามทำตัวเป็นแฟนที่ดี ตัดขาดจากผู้หญิงทุกๆ คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็เพื่อแดฮยอนทั้งนั้น...
แต่ดูเหมือนว่ามันคงไม่มีความจำเป็นใดๆ อีกแล้ว...
บังยงกุกปิดโทรศัพท์เพราะไม่อยากเห็นภาพบาดตาที่บาดลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ
เขาเข้าใจแล้ว...
ที่บอกให้รอจนกว่าจะพร้อม...
มันหมายถึงแบบนี้เองสินะ...
ตกดึกคืนนั้นแดฮยอนก็กลับมาถึงบ้านของบังยงกุก เสื้อผ้าที่ถูกถอดออกแม้มันจะยับยู่ยี่ไปบ้างแต่เขาก็ใส่กลับมาได้อย่างเรียบร้อยเหมือนเดิม คนตัวเล็กได้แต่ถอนหายใจฝืนเก็บความรู้สึกเลวร้ายที่ได้พบเจอในวันนี้ไว้เพียงลำพัง ตั้งใจปั้นหน้ายิ้มให้คนรักดังเดิม แต่ทำไมมันถึงได้เงียบเชียบนัก...
จองแดฮยอนมองสำรวจไปรอบๆ ทว่าดวงตากลมก็สะดุดเข้ากับบางอย่างบนหน้าต่างกระจกบานใหญ่ในห้องนั่งเล่น ปลายเท้าสองข้างค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ๆ มันมีข้อความที่เขียนด้วยสเปรย์ละอองหิมะตัวเบ้อเริ่มอยู่บนนั้น...
แดฮยอนไล่อ่านมันช้าๆ อย่างตั้งใจ ในอกซ้ายเต้นแรงผิดจังหวะเพราะความรู้สึกดีใจและอบอุ่นหัวใจเต็มตื้น...
เป็นเมเนเจอร์ของฉันตลอดไปเลยได้มั้ย...
ฉันรักนายแดฮยอน
ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มกว้างขณะมองดูตัวอักษรเหล่านั้น ไม่เคยมีใครทำอะไรให้แดฮยอนแบบนี้มาก่อน บังยงกุกถือเป็นคนแรกที่แม้จะดูเหมือนคนบ้าแต่ก็ชอบทำให้เขาประหลาดใจอยู่เสมอ แดฮยอนไม่คิดว่าเขาจะได้รับความรักจากฝ่ายนั้นมากมายขนาดนี้ อยากจะเขียนตอบกลับไปว่าเขาเองก็รักบังยงกุกเช่นกัน แต่แดฮยอนคิดว่าหากได้พูดกับเจ้าตัวไปตรงๆ มันคงจะดีมากกว่า
คนตัวเล็กหันกลับมามองบนโต๊ะ มีอาหารโปรดที่เขาชอบทานมากมายอยู่บนนั้น แล้วก็ยังมีกล่องสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดวางอยู่ด้วย แถมยังผูกโบไว้ซะสวยงามเหมือนต้องการจะให้มันเป็นของขวัญกับใครบางคน...
แต่แล้วเจ้าตัวหายไปไหนกัน? รถก็ไม่อยู่...
แดฮยอนต่อสายหาคนรักหากแต่บังยงกุกปิดเครื่อง เขาจึงลองต่อสายหาพี่ฮิมชาน ได้ความว่า ‘ไอ้ยงกุกมันไม่ได้อยู่กับเราหรอกเหรอ?’ เพียงเท่านั้นความกังวลของจองแดฮยอนก็พุ่งขึ้นสูงทันที
เขารู้ดีว่าคุณยงกุกไม่มีเพื่อนที่ไหน หรือว่าจะอยู่กับพวกสาวๆ?? แต่เขาคิดว่าคงไม่น่าจะใช่เพราะบังยงกุกแทบไม่เคยออกไปหาผู้หญิงที่ไหนเลยนอกจากคุณจีอึนที่เป็นฝ่ายมาหา หรือบางที...พี่จีฮุนอาจคิดเล่นสกปรกอีก?
แดฮยอนไม่รู้จะไปตามหาฝ่ายนั้นได้ที่ไหน ที่ทำได้ก็มีเพียงนั่งกระวนกระวายอยู่อย่างนั้น แต่ผ่านไปเป็นชั่วโมงก็ยังไร้วี่แววของบังยงกุก เขาทนรอไม่ไหวตัดสินใจกลับไปที่บ้านของตนเอง เผื่อว่าบางทีบังยงกุกอาจจะไปตามหาเขาที่นั่นก็ได้...หวังว่านะ...
จองเมเนเจอร์นั่งแท็กซี่ไปยังดาดฟ้า สาวเท้าก้าวขึ้นบันไดรวดเร็วก่อนเป็นต้องโล่งใจเมื่อเห็นบังยงกุกนอนอยู่บนโต๊ะตัวใหญ่สำหรับนั่งเล่นหน้าบ้านของเขา แดฮยอนรีบรุดเข้าไปพยุงร่างชายหนุ่มขึ้นนั่งดีๆ ได้กลิ่นเหล้าดีกรีแรงโชยเตะจมูกถึงได้รู้ว่าบังยงกุกไปดื่มมา...
“ทำไมเมาแบบนี้...เข้าบ้านก่อนครับเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”
คนตัวเล็กค่อยๆ พยุงร่างคนเมาเข้าไปด้านในอย่างทุลักทุเลก่อนวางคนตัวโตลงบนเตียงของเขา...หากแต่ในตอนที่กำลังจะลุกออกเพื่อจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนเมา แรงมหาศาลจากมืออุ่นของบังยงกุกก็ฉุดเขาลงไปนอนแผ่บนเตียงอย่างไม่ออมแรง ก่อนกระชากเสื้อแดฮยอนออกจนกระดุมเสื้อกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง
“คุณ!” จองแดฮยอนร้องเสียงหลงด้วยทั้งตกใจทั้งกังวล
เพราะหากแหวกสาบเสื้อของเขาออก...ฝ่ายนั้นก็จะเห็นทันทีว่าหน้าอกของเขา...
มันมีรอยจูบที่โนจีฮุนฝังเอาไว้เต็มไปหมด...
จองแดฮยอนพยายามถดกายหนีจับสาบเสื้อสองฝั่งซ้อนทับเข้าหากันเพื่อปกปิดมัน ทว่าก็ถูกคนด้านบนจับข้อมือทั้งสองกดไว้ข้างตัว ก่อนใช้ดวงตาขุ่นมัวจ้องมองร่างบอบบางตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
ทั้งรอยจูบ รอยกัด...ไม่จำเป็นต้องพูดหรืออธิบายอะไรอีกแล้วในเมื่อทุกอย่างมันชัดเจนมากขนาดนี้...
จองแดฮยอนนอนกับผู้ชายคนนั้นจริงๆ
“นายทำแบบนี้กับฉันได้ยังไงแดฮยอน...” เสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความผิดหวังมากมายอยู่ในนั้น “บอกให้ฉันรอ...แต่นายกลับไปนอนอ้าขาให้ผู้ชายคนอื่นเอางั้นเหรอ”
ยงกุกพูดจาหยาบคายเพราะทั้งโกรธทั้งมัวเมา มือเรียวสวยเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือตอนที่แดฮยอนพยายามดิ้นรน
“มันไม่ใช่อย่างที่คุณเข้าใจ...ปล่อยก่อนคุณยงกุก” คนถูกกล่าวหาหน้าซีดเซียวเพราะหวาดกลัวขึ้นมาจับใจกับสายตาของคนด้านบนที่ใช้มองมา แดฮยอนสัมผัสได้ถึงความเกรี้ยวกราดในดวงตาคู่นั้น
“นายจะให้ฉันเข้าใจว่าอะไรอีก!!!” ยงกุกแผดเสียงกร้าวอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนกับแดฮยอน เขาเมามากก็จริง...แต่ก็ไม่ได้มากถึงขั้นไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร บังยงกุกกำลังโมโห ยิ่งคนตรงหน้าพยายามเบี่ยงตัวหลบหนีเพื่อปิดบังรอยจูบบนตัวมันก็ยิ่งทำให้เขาเดือดดาล
ไม่ใช่แค่คลิปวิดีโอ...เพราะก่อนหน้านี้เขาขับรถไปจอดรออยู่ที่หน้าโรงแรมนั่น พยายามแล้วที่จะไม่เป็นผู้ชายหูเบา พยายามแล้วที่จะหาเหตุผลโง่ๆ มาโต้แย้ง หากแต่สิ่งที่เห็นมันก็ยังชัดเจนสอดคล้องกับทุกหลักฐานที่มี
แดฮยอนลงมาจากโรงแรมพร้อมกับโนจีฮุนที่เดินมาส่งแล้วก็กลับขึ้นไป...
แล้วจะให้เขาเข้าใจว่าอะไรได้อีก...
“ถ้ายังรักมันอยู่...”
“...”
“แล้วมาทำให้ฉันรักทำไม...”
บังยงกุกเสียงแผ่วลง เผยทุกความรู้สึกที่มีด้วยความเจ็บปวด ยงกุกไม่เคยเป็นแบบนี้กับผู้หญิงคนไหน แล้วก็ไม่เคยคิดจะรักหรือเชิดชูใครข้างกายอย่างจริงจัง แต่เขาก็เลือกแดฮยอน...เพราะงั้นถึงได้รู้สึกคล้ายกับว่าถูกหักหลังแบบนี้
ยงกุกคิดว่าเขาอาจจะมองคนๆ นี้ผิดไปตั้งแต่แรก จองแดฮยอนอาจจะเป็นพวกชอบหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายหลงรักแล้วก็หักหลัง...เหมือนที่ทำกับชเวจุนฮง แล้วตอนนี้ก็คงถึงตาเขา...
เพราะฉะนั้นยงกุกจะไม่รออะไรอีกแล้ว
ในเมื่อจองแดฮยอนเป็นเพียงผู้ชายสาธารณะ...
เขาก็จะปฏิบัติกับฝ่ายนั้นแบบผู้ชายสาธารณะเช่นกัน
บังยงกุกปลดเข็มขัดหนังของตนเองออกอย่างรวดเร็ว เสียงตวัดกลางอากาศทำให้แดฮยอนใจกระตุกวูบ มือทั้งสองถูกชายหนุ่มรวบเข้าด้วยกันแล้วใช้เข็มขัดเส้นยาวมัดจนแน่น
“ปล่อยผมนะ!! อย่าทำแบบนี้!!” ดวงตาหวานลุกโพลงส่งเสียงร้องออกมาอย่างตื่นตระหนกตอนที่บังยงกุกออกแรงฉีกเสื้อเชื้ตไร้กระดุมที่ติดอยู่ที่สองแขนจนมันขาดวิ่น แดฮยอนดิ้นขลุกขลักพยายามสะบัดข้อมือหนีแต่ยิ่งออกแรงดึงให้มันแยกออก เข็ดขัดหนังก็เสียดสีถูกผิวเนื้อจนเจ็บแสบ
“คุณยงกุก! อย่า...ผมขอร้อง...” แดฮยอนวิงวอนขอความเห็นใจที่ไม่มีวันได้รับ ตากลมแดงก่ำไหวระริกสบเข้ากับดวงตาวาวโรจน์ที่ไม่มีทีท่าจะอ่อนลงเลยแม้แต่น้อย ใช่ว่าเขาไม่เจ็บ หัวใจของแดฮยอนก็เจ็บที่ได้ยินถ้อยคำตัดพ้อมากมายจากคนรัก แต่เขาไม่มีอะไรจะอธิบายจริงๆ เพราะถ้าหากผิดข้อตกลงกับพี่จีฮุน เรื่องมันอาจจะแย่ไปกว่านี้ก็ได้
ทว่าอารมณ์โกรธบวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้บังยงกุกไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป เขาดึงทึ้งกางเกงขายาวของคนตัวเล็กจนมันหลุดพ้นออกจากสองขา ตามด้วยกางเกงชั้นในสีเข้ม เผยส่วนลับที่เขาเคยนึกอยากทำอะไรต่อมิอะไรด้วยตั้งมากมายให้เห็น แต่ในตอนนี้บังยงกุกไม่นึกสนใจมันด้วยซ้ำ
ในตอนนี้เขาสนใจเพียงแต่ว่าแดฮยอนต้องเป็นของเขา...ของเขาคนเดียว
บังยงกุกปลดซิบรูดกางเกงของตนเองออกเพียงหมิ่นสะโพกก่อนงัดเอาส่วนใหญ่โตออกมา มือรูดรั้งความต้องการเพียงไม่กี่ทีท่อนเอ็นอ่อนนุ่มก็ขยายตั้งตื่นตัว แดฮยอนหวาดผวาไม่กล้ามองเพราะรู้ดีว่าของฝ่ายนั้นมันทั้งใหญ่และยาวมากขนาดไหน เขาพยายามหนีบสองขาเข้าหากัน ทว่าฝ่ายนั้นจับหัวเข่าทั้งสองออกแรงแหวกมันให้กางออกแล้วแทรกตัวเข้าตรงกลาง
ก่อนหน้านี้ไม่รู้ผ่านใครมาแล้วตั้งกี่คน ของที่มันเคยใช้งานแล้ว...คงไม่มีความจำเป็นต้องเล้าโลมอีก
บังยงกุกจ่อความต้องการของตนเองดุนดันเข้าไปในช่องทางแคบของคนตรงหน้าอย่างใจร้อน
“อื้อออ!! เจ็บ!! ผมเจ็บ!!”
เสียงหวานร้องลั่นศีรษะกลมส่ายสะบัดไปมาเพราะมันเจ็บร้าวราวกับร่างกายจะแยกออกจากกันเป็นสองส่วน แดฮยอนบิดเอวถดหนีความแข็งขืนที่พยายามเบียดฝ่าความคับแน่นเข้ามาอย่างไม่ปรานี แต่มันเข้ามาได้เพียงแค่ส่วนหัว บังยงกุกก็จำต้องถอนกายออกไปอย่างหัวเสียเพราะมันแน่นมากจนใส่เข้าไปไม่ได้เลย
“บัดซบเอ้ย!! ทำไมไม่เข้าวะ!!” เสียงทุ้มสบถดังลั่น เขาอมนิ้วของตนจนฉ่ำน้ำลายแล้วสอดนิ้วเข้าไปหมุนคว้างด้านในที่เกร็งรับนิ้วของเขาดีเยี่ยมจนนึกโกรธทุกครั้งที่นึกถึงภาพในคลิปนั่น แดฮยอนได้แต่นิ่วหน้าเพราะความเจ็บปวดตอนที่นิ้วเรียวยาวชักเข้าชักออกเร็วรัวอเบื้องล่าง ก่อนชายหนุ่มจะกางนิ้วออกเพื่อเพื่อเปิดช่องทางเนื้อนุ่มให้ขยับขยาย
แดฮยอนกลัวแสนกลัว กายบางสั่นระริกพอๆ กับหัวใจที่ร้าวสั่นยามเมื่อใครอีกคนดึงนิ้วออกจากร่าง บังยงกุกจับแกนกายใหญ่โตจ่อหน้าปากทางคับแล้วเสือกกายเข้ามาอย่างดื้อดึงอีกครั้ง
“อ...ฮึก...” ฟันขาวขบริมฝีปากอิ่มแน่นจนเหมือนมันจะปริแตก...พร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลรินลงมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อท่อนลำร้อนรุ่มผลุบเข้ามาด้านในจนมิดด้าม...
แดฮยอนนิ่วใบหน้าเหยเกระบายลมหายใจไม่ถูกจังหวะเพราะจุกมวนในท้อง เขาเจ็บจนพูดอะไรไม่ออก แม้แต่จะส่งเสียงครางก็ยังทำไม่ได้ ความดื้อดึงของบังยงกุกทำให้ช่องทางด้านหลังของแดฮยอนฉีกขาดแสบร้าว สองมือที่ถูกพันธนาการด้วยเข็มขัดหนังกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แดฮยอนจิกปลายเท้าเล็กทั้งสองลงกับผ้าปูที่นอน ขยับเรียวขาวาดไปมาราวกับหวังว่ามันจะช่วยระบายความเจ็บปวดให้ทุเลาลงได้บ้าง...แต่ไม่เลย...
ไม่มีความเห็นใจใดๆ ที่บังยงกุกจะมอบให้จองแดฮยอน...ชายหนุ่มขยับสะโพกสวนกายเข้าใส่ความคับถี่กระชั้น โถมแรงชำเราช่องทางด้านหลังทั้งเร็วและแรงจนร่างเล็กตัวโยกโยนไปตามจังหวะเข้าออก รุนแรงจนเตียงนอนหลังเล็กไหวสะเทือนจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด
แดฮยอนยอมแพ้แล้ว...
เขารู้แล้วว่าไม่มีทางรอดยอมนอนนิ่งๆ กลั้นใจอดทนกับสัมผัสหยาบโลนที่ใครอีกคนมอบให้อย่างแสนสาหัส แต่ดูเหมือนบังยงกุกจะไม่ต้องการแบบนั้น
“ชอบก็ร้องออกมา ฉันเอากับคน...ไม่ใช่ตุ๊กตา...” ดวงตาคมดุดัน บังยงกุกออกคำสั่งน้ำเสียงเย็นพูดจาดูถูกดูแคลนโดยไม่สนใจว่าคนฟังจะรู้สึกอย่างไร “ในคลิปนายร่านกว่านี้ตั้งเยอะนี่”
ยงกุกว่าจบก็ขยับกายเคลื่อนไหวรุนแรงให้สาสมกับความผิดหวังและความโกรธเคือง ข้างในของแดฮยอนมันรัดแน่นมาก อาจจะแน่นมากกว่าพวกผู้หญิงหลายเท่า และแน่นจนเหมือนไม่เคย...เขาจับเอวบางดึงรั้งเข้ารับจังหวะการกระแทกจงใจเรียกเสียงครางจากปากของคนตัวเล็กที่เอาแต่นอนนิ่ง...หลับตาเสพสุขกับช่องทางคับแน่นโดยไม่สนใจแม้จองแดฮยอนจะเจ็บเจียนตาย
ตอนนี้แดฮยอนอยากเป็นแค่ตุ๊กตาจริงๆ เขาจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดแบบนี้...
คนถูกกระทำได้แต่กลั้นลมหายใจเพื่อสะกดความเจ็บปวด ดวงตาสวยปิดแน่นสนิทเพราะไม่อาจทนมองสายตาที่มองมาอย่างเกลียดชังของคนตรงหน้าได้ไหว บังยงกุกคนนี้ไม่ใช่คนที่เขาเคยรู้จักอีกต่อไปแล้ว...
แต่สุดท้ายแดฮยอนก็ไม่อาจเก็บกลั้นความรู้สึกได้อีกต่อไป ยอมปล่อยหยดน้ำตามากมายไหลลงมาอาบใบหน้า แดฮยอนไม่คิดโทษบังยงกุก...เขาพอจะเดาได้จากคำพูดเมื่อครู่ว่าเพราะอะไรที่ทำให้เราสองคนต้องกลายมาเป็นแบบนี้
แดฮยอนก็แค่เสียใจ...
ที่บังยงกุกไม่เชื่อใจเขาเลย
คนตัวเล็กยกข้อมือขึ้นบังหน้ากัดริมฝีปากร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั้นกับความป่าเถื่อนและถ้อยคำที่รังแต่จะเหยียบย่ำดูถูกหัวใจกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า...ไร้เสียงสะอื้น...มีเพียงหยดน้ำตาที่ไหลรินลงมามากมายอย่างห้ามไม่อยู่ แต่แทนที่จะได้รับความเห็นใจ มันกลับทำให้บังยงกุกไม่พอใจเสียมากกว่า เขาออกแรงกระชากมือเล็กออกจากใบหน้าหวาน ถึงได้เห็นว่าจองแดฮยอนน้ำตาไหลพรากพยายามเบือนหน้าหลบไม่ยอมสบตากัน
ยงกุกยอมรับว่าเขาใจสั่น...แต่ไม่ใจอ่อน เพราะภาพตรงหน้ากระตุ้นอารมณ์โกรธของบังยงกุกให้โหมกระพือ
ทีกับไอ้เหี้ยจีฮุนนั่นทำไมถึงไม่ร้องไห้...รังเกียจกันมากขนาดนั้นเลยหรือไง
“ดี...” เขาเอ่ยเสียงห้าวดุ
“...”
“ถ้ารังเกียจฉันนัก...งั้นก็ไม่ต้องมองหน้ากันเลย”
หากจะต้องทนมองใบหน้าหวานที่มีแต่คราบน้ำตา บังยงกุกก็ขอไม่มองมันเลยจะดีกว่า...
แค่มีเซ็กส์กันโดยไม่จำเป็นต้องเห็นหน้า...
เพราะเขาเองก็ไม่อยากเห็นน้ำตาของจองแดฮยอนเช่นกัน
ยงกุกจับเอวบางพลิกคว่ำหน้าลงกับเตียงโดยที่ส่วนกลางลำตัวยังคงเชื่อมติดกัน ตอนนั้นแดฮยอนพยายามฝืนตะเกียกตะกายใช้ข้อศอกคลานหนีอย่างน่าสงสาร แต่ข้อเท้าข้างหนึ่งก็ถูกจับไว้มั่น คนโกรธจับบั้นท้ายกลมกระชากกลับมาที่เดิมอีกครั้ง ฝืนกระแทกความเป็นชายเข้าออกเสียดสีรูคับรุนแรงขึ้นอีกจนแดฮยอนเข่าอ่อนตัวเปลี้ยล้มหมอบฟุบราบลงทั้งตัว
“อึกก!! อ...อื้ออ!!”
แดฮยอนร้องครวญครางเสียงหลง แรงกระแทกเบื้องหลังบดเบียดรุนแรงมากเข้าจนเขาหายใจไม่ออก แท่งเนื้อแข็งยังคงขยับเข้าออกแทงย้ำช่องทางฝืดเคืองต่อเนื่องครั้งแล้วครั้งเล่า ยิ่งเร็วและแรงมากขึ้นจนคนถูกกระทำเจ็บรวดร้าวทรมานจนแทบขาดใจตายลงไปตรงนั้น
มากกว่าความเจ็บปวดที่กาย มันคือที่ใจ...หัวใจของแดฮยอนถูกทำร้ายจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี
บังยงกุกไม่ได้รักเขาแล้วจริงๆ
ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาทาบทับแผ่นหลังเล็ก...ไม่มีจูบปลอบใจ ไม่มีแม้แต่อ้อมกอดอบอุ่นตามที่แดฮยอนวาดฝันไว้ มีแต่ความทรมานจากสัมผัสที่เรียกได้ว่าเป็นการข่มขืนเท่านั้น...ที่จองแดฮยอนได้รับจากบังยงกุก
“อ๊ะ ฮึกก...พอ...อือออ...”
แดฮยอนหมดเรี่ยวหมดแรงร้องไห้จนไม่มีน้ำตา วิงวอนร้องขอเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผลเมื่ออีกฝ่ายไม่คิดจะฟัง ชายหนุ่มขยับเอวฝืนขย่มสะโพกซอยเอวเข้าใส่หนักหน่วงจนคนตัวเล็กถูกกดจนแทบจมหายลงไปกับฟูกนอน แท่งแข็งดึงดันเสียดสีจุดรวมเส้นประสาททางกามอารมณ์ด้านใน บังยงกุกโหมแรงทั้งหมดเข้าใส่ก่อนเกร็งร่างเร่งจังหวะสุดท้ายปล่อยน้ำขุ่นคาวด้านในตัวของแดฮยอนในที่สุด
ยงกุกหอบเล็กน้อย เขาไม่ได้ถอนตัวออกเพียงแต่ล้มตัวลงซ้อนทับแผ่นหลังของร่างเล็ก แต่ทว่า...
“พอใจคุณ...ฮึก...แล้วหรือยัง...” แดฮยอนฝืนกายครางถามคนใจร้ายเสียงสั่นพร่าเพราะความเสียใจแล่นริ้วขึ้นกลางอกมากล้น เขากลั้นเสียงสะอื้นแล้วเอ่ยต่อด้วยความร้าวรานทั้งที่ยังนอนคว่ำอยู่อย่างนั้น “ถ้าพอใจแล้วก็ออกไปจากบ้านผม...”
ก่อนที่แดฮยอนจะหลับหูหลับตาปิดกั้นความรู้สึกภายใน แล้วเอ่ยออกไปเสียงสั่นทั้งที่มันตรงกันข้ามกับใจโดยสิ้นเชิง...
“ผมเกลียดคุณ...คุณยงกุก”
บังยงกุกเจ็บหน่วงขึ้นมาในอกกับคำพูดของจองแดฮยอน ไม่มีครั้งไหนที่คนตรงหน้าทำให้เขาฉุนกราดได้มากเท่าครั้งนี้ เกลียดกันก็ดี...เขาจะได้ไม่ลังเลที่จะทำร้ายจองแดฮยอนให้เจ็บปวดที่สุด
แดฮยอนจะได้เจ็บ...เหมือนกับเขา...
“...แต่ฉันยังไม่หายอยากเลย...”
“อื้อออ!! อย่า...”
ยงกุกโกหกเพียงเพราะอยากเอาชนะ...เขาตั้งใจว่าจะพอแค่นั้น แต่คำพูดของแดฮยอนนั่นแหละที่ทำให้เขาไม่อยากหยุด...ชายหนุ่มสติขาดผึงพลิกกายบางให้นอนหงายแล้วช้อนเอวเล็กให้ลุกขึ้นนั่งพร้อมๆ กันบนตักของเขา จัดแจงจับสองมือที่ยังคงถูกมัดอยู่ให้คล้องรอบคอหนา
แดฮยอนไม่มีแรงแม้แต่จะขยับตัว เขาเจ็บระบมไปหมดแต่ก็ไม่สามารถหนีไปจากวังวนความโหดร้ายที่อีกฝ่ายยัดเยียดให้ได้เลย บังยงกุกจับสะโพกของเขาคลอนขยับดูดกลืนความเป็นชายขึ้นลงตามอำเภอใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระดกเอวสวนขึ้นแทงย้ำช่องทางชื้นแฉะแรงๆ อย่างเอาแต่ใจ ตั้งใจเพียงเสพสุขจากเรือนร่างของจองแดฮยอนให้สาแก่ใจเท่านั้น
“อ๊ะ...ผม...อื้ออ...ไม่ไหว...” เสียงหวานครางหอบส่ายหัวร้องขอให้อีกฝ่ายหยุดการกระทำอย่างน่าสงสาร ดวงตาหวานฉ่ำที่เปรอะเปื้อนเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาฉายแววเจ็บปวดมากเกินทนโดยที่ใครอีกคนไม่ได้สังเกตมัน “ฮึก...พอแล้ว...อื้ออ!!”
แดฮยอนไม่ไหวแล้วจริงๆ หูได้ยินเพียงแต่เสียงสวบสาบจากการเคลื่อนไหวย้ำๆ ถี่ยิบรุนแรง หัวสมองเคว้งคว้างว่างเปล่าตาพร่าเลือนจนมองไม่เห็นอะไรอีก ภาพสุดท้ายที่แดฮยอนเห็นก่อนที่สติจะดับวูบลงก็คือใบหน้าของบังยงกุก...ที่มองเขาด้วยสายตาที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่ารู้สึกอย่างไร...
บังยงกุกนิ่งค้างทำอะไรไม่ถูกตอนที่คนตัวเล็กฟุบลงมาที่หัวไหล่ เขายังเป็นห่วงแดฮยอนมาก พยายามดันร่างอีกฝ่ายออกเพื่อมองดูให้ชัดว่าคนรักของเขาไม่ได้เป็นอะไร ก่อนใช้นิ้วหัวแม่มือเรียวสวยปาดคราบน้ำตาบนใบหน้าให้อย่างอ่อนโยน หากแต่จองแดฮยอนก็ตัวอ่อนล้มพับซบลงมาบนไหล่เช่นเดิม
แดฮยอนเป็นผู้ชายคนแรกที่ยงกุกมีเซ็กส์ด้วยจนถึงขั้นหมดสติ
เขารู้ดีว่าทำเกินไป...ใช่ว่าไม่เห็น...คราบเลือดที่ไหลลงมาพร้อมๆ กับน้ำกามสีขุ่นยามที่เขากระแทกเข้าออก...มันทำให้ยงกุกรู้สึกผิด แต่จะให้ทำยังไง...คนโง่แสนหยิ่งทะนงอย่างเขาก็คิดได้เท่านี้
คิดแค่ว่าคนอื่นได้ บังยงกุกก็ต้องได้...คิดแค่ว่าอยากทำให้จองแดฮยอนเจ็บปวดให้สาสมกับความผิดที่ทำ
แต่แล้วทำไมถึงเป็นเขาเองที่เจ็บ...
บังยงกุกยกสองมือขึ้นโอบกอดร่างเล็กบนตัก เบี่ยงใบหน้ากดจูบลงที่ข้างขมับทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาไม่คิดจะทำและแสดงให้อีกฝ่ายเห็นเพียงแต่ความโหดร้ายเกลียดชัง...วงแขนแกร่งกระชับกอดแดฮยอนแน่นมากราวกับต้องการทะนุถนอมร่างกายแสนเปราะบางให้มากที่สุดเพื่อเป็นการขอโทษกับทุกๆ สิ่งที่ทำลงไป
แม้เจ้าตัวจะไม่มีวันรู้...
ถึงอยากจะเกลียดแค่ไหน...
สุดท้ายบังยงกุกก็รักจองแดฮยอนอยู่ดี...
To Be Continue
Talk:
ครั้งนี้จะทอล์คยาวมาก อยากให้อ่านกัน
**ส่วนถ้าจะเม้นท์รบกวนกลับไปเม้นท์ให้ที่หน้าหลัก Dek-D หรือใน ตอนที่ 9 นะคะ < ในตอน 9 มีเรื่องรวมเล่มด้วย**
ตอนนี้ไม่มีอะไรจะพูดนอกจาก 55555555555555555555555 อย่างที่บอกเสมอว่าฟิคเรื่องนี้ไม่ได้ตั้งใจให้ฮา จริงๆ ก็ห่วงว่าคนอ่านจะรับดราม่าไม่ได้ แต่ก็ต้องรับให้ได้นะคะ 5555555 เห็นทุกคนรอคอย NC อย่างใจจดใจจ่อนี่ก็แทบร้องไห้ค่ะ ไม่อยากทำให้ทุกคนผิดหวัง แต่ฟิคต้องมีดราม่าถึงจะเป็นฟิคที่สมบูรณ์ค่ะ #ถุย 5555555555555 นี่ก็เป็นคนชอบหลอกคนอ่านค่ะ ใครที่คาดหวังก็อาจจะผิดหวังบ้าง ก็ต้องขอโทษที่ฟิคอาจจะไม่เป็นดั่งใจนะคะ T^T แต่เราตั้งใจวางพล็อตให้เป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกสังเกตจากการวางตัวละคร
โล่แจเป็นคู่หน่วงที่เริ่มจากความเกลียด แต่จะค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์เรื่อยๆ จนมาพีคตอนที่โล่เริ่มตัดใจจากพี่แดฮยอน แล้วก็ไม่อยากเสียยองแจให้คนอื่น ยองแจนี่ยอมน้องมาตลอดอยู่แล้ว ก็ได้กันแบบดีๆ หน่วงๆ ไปค่ะ ในขณะที่บังแดความสัมพันธ์จะกุ๊กกิ๊กน่ารักมาตลอด ยงกุกเป็นคนที่ได้แต่คิดแต่ทำไม่ได้ ด้วยความที่เขาอยากทำมากอยากได้มาก แล้วก็รักแดฮยอนมากๆ พอมาเจอแบบนี้ก็เลยรู้สึกผิดหวังมาก ความดาร์กในตัวเขาก็เลยเผยออกมา เราเชื่อว่าคนสไตล์ยงกุกมักเป็นพวกเก็บกดและโมโหร้ายค่ะ เพราะเขามีความดาร์กในตัวอยู่แล้วสังเกตเวลาคุยกับจีอึนหรือกับคนอื่นที่ไม่ใช่แดฮยอน แต่สุดท้ายยงกุกก็รักของเขาอยู่ดี ทั้งรักทั้งเกลียดในเวลาเดียวกัน เอ็นซีก็เลยเป็นแบบที่เห็น นี่แต่งไปสงสารแดฮยอนไปค่ะ อยากให้ทุกคนเอาใจช่วยน้อง จะบอกว่าตอนแต่งหาซับไทยเพลงของ Lovelyz ฟังน้ำตาคลอเลยค่ะ มันโดน 5555 T^T
ส่วนเนื้อเรื่องจะเป็นยังไงต่อก็ต้องติดตามต่อไป แต่ทุกอย่างจะค่อยๆ เฉลยออกมาเองค่ะ ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และการสกรีมแท็กเช่นเคยค่ะ ตอนที่แล้วอ่านเพลินมากๆ ดีใจที่ทุกคนชอบค่ะ ^^

จองแดฮยอนสะลึมสะลือขยับตัวยุกยิกไปมากลางดึกอยู่หลายหน ไม่แน่ใจว่าคิดถูกหรือผิดกันแน่ที่ตัดสินใจเลือกนอนตรงนี้...เขายังเจ็บระบมเพราะถูกทำร้าย แม้จะไม่ได้เจ็บมากถึงขนาดทนไม่ได้ แต่พอมานอนบนโซฟาที่พื้นผิวไม่เท่ากันแบบนี้แล้วมันกลับไม่สบายตัวเอาเสียเลย...
แดฮยอนพยายามข่มตานอน ทว่าเสียง ‘แกร๊ก’ ตามด้วยเสียงบานประตูเปิดและปิดลงทำให้ดวงตากลมเป็นต้องหรี่ตามองไปในความมืด เดาจากเงาร่างที่เห็น...แดฮยอนคิดว่าคงเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากบังยงกุก...
หมอนั่นออกไปข้างนอกตอนไหน? หรือเขาหลับไปจนไม่ทันได้สังเกต?
แต่ทำไมต้องมายืนใกล้กันขนาดนี้ด้วย? แล้วนั่นจ้องอะไรอยู่มิทราบ?
คำถามเหล่านั้นแดฮยอนทำได้เพียงแค่คิด เพราะความรู้สึกเหมือนกำลังถูกคุกคามทำให้เขาต้องรีบปิดเปลือกตาลง...หากแต่ก็เป็นต้องเบิกตาขึ้นอีกหนเมื่อน้ำหนักตัวของใครอีกคนทิ้งทับลงมา ซ้ำยังมือไวสอดมือเข้ามาใต้เสื้อรวดเร็วจนแดฮยอนจับตะครุบมือนั่นเอาไว้แทบไม่ทัน
“คุณ!?” เสียงหวานร้องขึ้นอย่างงงๆ เขาเกือบถูกหมอนี่ปล้ำมาแล้วถึงสองครั้งเพราะเมาบ้าง ละเมอบ้าง...แล้วครั้งนี้อะไรอีกล่ะ? กลิ่นเหล้าหึ่งขนาดนี้เมากลับมาอีกแล้วหรือไง!? แล้วมันเรื่องอะไรมาทำแบบนี้กับเขา! หรือเมื่อตอนเย็นนั่นยังไม่พอ!?? “เป็นพวกเซ็กส์จัดหรือไงเนี่ย!!? ปล่อย!!”
สองแขนพยายามผลักร่างตรงหน้าออกห่างทว่าข้อมือทั้งสองก็ถูกจับตรึงขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนใบหน้าหล่อเหลาที่แดฮยอนเห็นชัดเจนเพราะแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาจะก้มลงจูบไซ้ที่ข้างแก้ม ริมฝีปากหนาไล่ประทับจูบลงข้างลำคอดุดัน พยายามเบี่ยงหน้าหลบอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์เลยในเมื่ออีกฝ่ายยังคงไล่คุกคามอยู่อย่างนั้น
“คุณยงกุก...อื้อ...อย่า...ดูด...” เสียงหวานครางเครือแผ่วลงเพราะบังยงกุกเริ่มรุกรานเขาหนักเข้าทุกที แดฮยอนหวังว่าคนตรงหน้าจะผล็อยหลับไปอย่างในครั้งแรกที่เราเจอกัน หากแต่ครั้งนี้มันไม่ใช่อย่างที่คิด...ใบหน้าหวานถอดสีซีดเซียวพยายามขยับกายดิ้นรนปกป้องตัวเองตอนที่เสื้อนอนตัวโปรดถูกกระชากออกรุนแรงจนกระดุมขาดกระเด็น “มากเกินไปแล้วนะ!! มีสติหน่อยสิคุณ!!”
“ฮ...ฮิมชาน...”
จองแดฮยอนหมดเรี่ยวแรงจะขัดขืน...เขาสับสนงุนงงไปหมดเพราะบังยงกุกครางเรียกชื่อพี่ฮิมชานออกมาเต็มปากเต็มคำ...อะไรกันล่ะความรู้สึกนี้...ก็...ชอบพี่ฮิมชานหรอกเหรอ?? ถ้าอย่างนั้นแล้วคุณจีอึน???
ทันใดนั้นไฟก็สว่างพรึ่บ...พร้อมกับใครอีกคนที่ยืนหน้าตึงอยู่ตรงสวิตช์...
ใครอีกคนที่แดฮยอนมั่นใจว่ากำลังอยู่บนตัวเขา...
บังยงกุก??
คนถูกคุกคามเบิกตากว้างมองชายหนุ่มบนตัวสลับกับชายหนุ่มอีกคนด้วยความสับสน เพราะไม่ว่าจะมองอย่างไรคนตรงหน้าเขาก็เป็นบังยงกุกชัดๆ
แต่ถ้ามีบังยงกุกยืนอยู่ตรงนั้น...แล้วคนๆ นี้??
“ไอ้เชี่ยนัม!!!”
ยงกุกรุดเข้าไปผลักร่างของชายหนุ่มอีกคนที่หน้าตาเหมือนเขาราวกับเป็นพิมพ์เดียวออกก่อนกระชากแขนร่างเล็กที่อยู่ในสภาพค่อนข้างล่อแหลมให้ลุกขึ้นยืนข้างกาย ความรู้สึกขุ่นเคืองใจมันมีมากจนทำให้เขาไม่ได้สนใจแม้จะเห็นแล้วว่าแดฮยอนนิ่วหน้าเพราะเจ็บปวดจากบาดแผลทั้งที่ข้อเท้าแล้วก็ตามเนื้อตามตัว
“มึงนี่แม่ง...ทะเลาะกันอีกแล้วหรือไง?” คนมีสติครบถ้วนพยายามกดเสียงต่ำอย่างใจเย็นแม้จะไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นักกับภาพที่เห็นเมื่อครู่...พี่ชายฝาแฝดที่เหมือนเพิ่งได้สติทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาด้วยสีหน้าไม่ดีนักเพราะยังมึนๆ จากฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่ก็ยังมีสติมากพอสามารถจ้องตอบทั้งเขาและแดฮยอนที่ยืนอยู่ตรงปลายเท้าได้
“อืม...แล้วนั่น...แฟนมึงเหรอ?” คนเมาเอ่ยถามเสียงยาน เพราะเขารู้ดีที่สุดว่าบังยงกุกไม่ชอบพาคู่นอนมาค้างที่บ้าน ทว่าคนถูกถามก็ลนลานปฏิเสธกลับมา
“โอ้ยปล๊าววว!! แฟนห่าอะไรเมเนเจอร์~”
“เสียงสูงเชียวนะมึง...น่ารักดี...” แฝดคนพี่เอ่ยชมพลางหัวเราะออกมาเบาๆ เพราะท่าทีลนลานแปลกๆ ของคนเป็นน้อง หากแต่สิ่งที่ทำให้บังยงนัมยิ้มกว้างได้มากกว่าเก่าก็เพราะเจ้าของใบหน้าหวานที่เขาปลุกปล้ำอยู่เมื่อครู่พยายามหลบตาแล้วหลบตาอีกเหมือนหวาดระแวงกันมากจนเขาต้องเอ่ยต่อเพื่อความสบายใจ “เมื่อกี้...พี่ขอโทษนะครับ...”
ยังไม่ทันจบประโยคดีไอ้น้องชายตัวดีก็รีบดึงแขนคนตัวเล็กที่สุดให้หลบไปยืนด้านหลังทันใด ซ้ำยังส่งสายตาดุๆ กลับมาให้เหมือนหวง...มันน่าแปลกเพราะปกติไม่ยักเคยเห็นมันหวงใคร กับผู้หญิง...ใช้คนเดียวกันก็มี
แล้วนี่มันสนใจผู้ชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
“มึงไม่ต้องมาทำเสียงหล่อเลยนัม...หลับตาไปเลย!!” บังยงกุกออกคำสั่งเมื่อเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัย เขากางแขนสองข้างบดบังร่างแดฮยอนเอาไว้เพื่อบอกให้รู้กลายๆ ว่าคนนี้ห้ามแตะ!!!
แต่อย่าเข้าใจผิดเชียว ไม่ใช่ว่าหวงหรืออะไรนะ แต่เออ...ไอ้นัมมันเจ้าชู้ไง แค่กลัวว่าแดฮยอนจะโดนมันหลอกจนเสียการเสียงานเท่านั้นแหละ หน้าตายิ่งบ้านนอก ดูไม่ค่อยจะทันคนเท่าไหร่ด้วย อีกอย่างนะ...นัมมันก็มีแฟนแล้ว อย่าคิดทำตัวเป็นมือที่สามเชียว กูจับปี้ไม่เลี้ยงแน่!
แม้ว่าเราสองคนจะหน้าตาเหมือนกัน หากแต่นิสัยแตกต่างกันมากจนเรียกได้ว่าคนละขั้ว บังยงกุกสร้างภาพลักษณ์เงียบขรึมไว้ภายนอกและวางฟอร์มเฉพาะกับคนที่สมควร แต่ภายในนั้นยังมีความเป็นเด็กอยู่มาก ทั้งเรื่องมาก ถือเอาตัวเองเป็นใหญ่ เอาแต่ใจแล้วก็ขี้โมโห ทะเล้นรึก็ที่หนึ่ง ต่างจากบังยงนัมที่มีความเป็นผู้ใหญ่สูงและใจเย็นกว่ามาก
สิ่งเดียวที่เรามีเหมือนกันก็คงจะเป็นความเจ้าชู้...แต่บังยงกุกเจ้าชู้มากขนาดไหนขอให้บวกเพิ่มเข้าไปอีกร้อยให้บังยงนัม ที่ทะเลาะกับไอ้ฮิมชานมานี่ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องเดิมๆ แม่งม่อสาว...แล้วคนที่เดือดร้อนจะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่กูนี่!!
“แล้วทำไมมึงไม่ไปนอนที่บ้านใหญ่วะนัม?”
“ขี้เกียจฟังนูน่าบ่น...มึงก็รู้ว่านูน่ากับฮิมชานเข้ากันดีอย่างกับอะไร...”
“มึงก็หัดทำตัวให้มันดีๆ สิวะ ไม่รู้แหละ...เรื่องนี้กูอยู่ทีมเจ๊”
“พอเลยกูขี้เกียจฟัง...นอนนี่นะ...” บังยงนัมตัดบททันทีเมื่อแฝดคนน้องไม่เข้าข้าง แถมยังออกตัวชัดเจนกว่าอยู่ทีมเจ๊...เจ๊ที่ว่าก็นาตาช่านูน่านั่นแหละ...ตอนนี้เขาทั้งเหนื่อยทั้งมึนเกินกว่าจะลุกไปไหน ดวงตาที่โตกว่าของน้องชายเล็กน้อยค่อยๆ ปิดลงเพื่อตัดการรับรู้...วันนี้ยงนัมถูกบ่นมามากพอจนไม่อยากฟังอะไรอีกแล้ว...
ตอนนี้ก็เหลือเพียงแต่บังยงกุกกับจองแดฮยอนที่ยืนจ้องหน้ากันอยู่อย่างนั้นด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง คนหนึ่งตีหน้ามึนเหมือนยังปะติดปะต่อเรื่องราวได้ไม่ชัดเจนนัก ส่วนอีกคนก็...
บังยงกุกเบ้ปากใส่ร่างเล็กตรงหน้าขณะกวาดสายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า...ผมเผ้าฟูฟ่องยุ่งเหยิงกับเสื้อนอนที่กระดุมหลุดเกือบทั้งแผงเผยให้เห็นหว่างอกและช่วงท้องเล็กน้อยนั่นกำลังทำให้เขาหงุดหงิดสุดๆ ชายหนุ่มกระชากแขนจองเมเนเจอร์เข้าห้องนอนปิดประตูลงกลอนรวดเร็วโดยไม่สนใจฟังเสียงร้องท้วงใดๆ แล้วเปิดประเด็นยิงคำถามมากมายที่สงสัยรัวใส่คนฟังทันที
“ตอนฉันยังไม่ออกมามันทำอะไรนายบ้าง!? มันจูบนายหรือเปล่า!? แล้วมันได้เอามือล้วงเข้าไปในกางเกงมั้ย!? ถอดออกมาดูเดี๋ยวนี้เลย!!”
ยงกุกไม่พูดเปล่าตั้งท่าจะส่งมือไปลูบไปคลำพิสูจน์อย่างที่พูด หากแต่มือเรียวสวยก็ถูกฟาดดังเพี้ยะ
“เขาไม่ได้ทำอะไรอย่างที่คุณว่ามาทั้งนั้นแหละ!! ออกไปห่างๆ เลย!!” แดฮยอนออกปากไล่ทั้งใบหน้าแดงจัด คนบ้าอะไรลามกจกเปรตสิ้นดี ในหัวคิดแต่เรื่องพรรค์นี้หรือไง!!
“หน็อย!! ทีกับมันไม่เห็นไล่แบบนี้เลยนะ!!!”
“ผมก็ไล่หมดทุกคนนั่นแหละ!”
“ไม่ต้องมาพูดเลย...ต่อไปนี้มานอนกับฉัน เข้าใจมั้ย!?”
ไม่รอฟังคำทักท้วง เขารุนหลังบังคับให้แดฮยอนขึ้นนอนบนเตียง พอคนตัวเล็กพยายามจะลุกหนีกูก็โยนผ้าห่มใส่แล้วกระโดดตะครุบแม่งเลย!!! ดูซิ...ทีนี้จะหนีไปไหนได้อีก!!!
วงแขนแข็งแรงออกแรงโอบรัดจองแดฮยอนที่ถูกผ้าห่มพันไปทั้งตัวจับพลิกกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงตามแต่คนใต้ร่างจะพยายามดิ้นหนี แม้เสียงหวานจะร้องอู้อี้ว่าหายใจไม่ออกกูก็ไม่สนอะ!! แอบกอดแม่งใต้ผ้าห่มนี่แหละหมั่นไส้!! ทีกับกูนี่รู้สึกจะเกรี้ยวโกรธโมโหกันเหลือเกิน...แต่กับไอ้นัมแม่งนิ่งจังเลย!!! ถ้าชอบมันขึ้นมาเราเจอกันแน่จองเมเนเจอร์!!!
คนขี้อิจฉายอมลุกออกเมื่อเนียนกอดร่างเล็กจนหนำใจพลางตีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ทำเหมือนเมื่อครู่นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นตอนที่แดฮยอนมุดออกจากผ้าห่มได้สำเร็จแล้วตีหน้ายักษ์ใส่กัน
“เล่นอะไรเนี่ยเจ็บนะ! ผมไม่นอนกับคุณหรอก!”
“อ้อหรอออ!! อยากไปนอนข้างนอกให้นัมมันปล้ำก็เชิญเลย!!” เจ้าของห้องว่าอย่างเป็นต่อ เพราะครั้งนี้เขามั่นใจจริงๆ ว่าแดฮยอนคงไม่อยากถูกผู้ชายปล้ำหรอกใช่มั้ย?
หรือว่าอยากวะ!?? เมื่อกี้แม่งก็ดูเคลิ้มๆ ด้วยอะ!!
จองเมเนเจอร์เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความลำบากใจ เขามั่นใจว่าศึกษาประวัติอีกคนมาอย่างดี แต่ไม่เห็นบอกไว้เลยว่ามีฝาแฝด...แถมยังหื่นกามเหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้อง!! แต่ถึงจะไม่อยากนอนกับบังยงกุกมากขนาดไหนแดฮยอนก็ไม่อยากถูกบังยงนัมปล้ำหรอกนะ
สุดท้ายก็ยอมหยิบหมอนข้างที่หล่นอยู่ข้างเตียงขึ้นมากั้นอาณาเขตระหว่างเตียงอย่างจนใจ เพราะนอนนี่ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย ทำอย่างกับว่าตัวเองไม่เคยคิดจะปล้ำเขาอย่างนั้นแหละ! ถึงจะจำไม่ได้ก็เถอะ...
“คุณห้ามข้ามเขตมานะ...ไม่งั้นผมเอาจริงด้วย” คนตัวเล็กชูกำปั้นทั้งสองขึ้นประกอบคำพูด
“รู้แล้วน่า!! ใครเขาจะอยากข้ามไป...สวยตายแหละ...”
กูหลอกกกกกกกกกกกกกกกกก!!
ที่ยกมือขึ้นตั้งการ์ดอยู่นี่แม่งโคตรน่ารักเลยรู้ตัวมั้ยเนี่ย!!
ตอนแรกบังยงกุกนึกอยากด่าพี่ชายฝาแฝดยิ่งนักที่มารบกวนกลางค่ำกลางคืน แถมยังคิดจะปล้ำจองเมเนเจอร์ทั้งที่กูยังไม่เคยได้แม้แต่จะหอมแก้ม
แต่มาคิดอีกที...
เป็นแบบนี้ก็ไม่แย่เท่าไหร่แฮะ...แลกกับการได้นอนห้องเดียวเตียงเดียวกับจองแดฮยอน
แต่ว่า...
กูอยากข้ามไปจะตายห่าอยู่แล้ว!!! สัสเอ้ย!!!
วันต่อมา...บังยงกุกมาถึงสถานีโทรทัศน์ช่อง MBC พร้อมกับจองเมเนเจอร์ตั้งแต่ช่วงสายๆ หลังทะเลาะตบตีกันเกือบทั้งคืนยิ่งกว่าคู่รักข้าวใหม่ปลามัน วันนี้ยงกุกมีนัดอ่านสคริปต์ละครรักโรแมนติกร่วมกับนักแสดงคนอื่นๆ ที่เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีใครบ้าง...ที่ตัดสินใจรับเล่นแนวนี้ก็เพราะบทละครน่าสนใจ อีกอย่าง...การแสดงบทบาทตามวิถีธรรมชาติของมนุษย์มันก็น่าจะเหมาะกับนักแสดงหน้าใหม่อย่างเขามากกว่าพวกดราม่า แฟนตาซี หรือพีเรียดล่ะนะ
แต่ยงกุกเพิ่งรู้ว่าเขาคิดผิดก็ตอนที่เห็นเด็กหนุ่มตัวสูงชะลูดผิวขาวซีดเจ้าประจำเดินโค้งศีรษะทักทายทีมงานเข้ามาอย่างนอบน้อม...เหี้ยอะไรวะเนี่ย? ไอ้เจลโล่มันเล่นเรื่องนี้ด้วยหรือไง? เด็กนั่นเองก็ดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นักเมื่อเห็นหน้าเขา แต่ก็จำต้องเดินมานั่งข้างๆ กันโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง
“ถ้ารู้ว่าพี่เล่นด้วยแต่แรกผมคงถอนตัวไปนานแล้ว...” ชเวจุนฮงแขวะเสียงเบาโดยไม่คิดมองหน้าเพราะไม่ต้องการเห็นสีหน้าอุบาทว์ของแร็ปเปอร์รุ่นพี่ที่ตอกกลับมาได้อย่างยียวนไม่แพ้กัน
“น้อยๆ หน่อยไอ้น้อง...ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนพูดคำนั้น...”
ถึงจุนฮงจะดวงซวยบังเอิญได้มาเล่นละครเรื่องเดียวกับคนที่เกลียดขี้หน้า แต่มันก็ยังมีเรื่องดีแฝงอยู่บ้างที่อย่างน้อยจุนฮงก็จะได้มีเวลาอยู่ใกล้ชิดพี่แดฮยอนมากขึ้น ว่าแต่ตอนนี้คนตัวเล็กหายไปไหนซะแล้วล่ะ? เขามองไปยังมุมห้องที่ทางทีมงานจัดไว้ให้สำหรับสตาฟฟ์และผู้เกี่ยวข้องคนอื่นๆ แต่ไม่ยักเห็นพี่แดฮยอนแฮะ...ไปไหนของเขา?
“แล้วพี่แดฮยอน?”
“ทานโทษ...วันๆ ไม่คิดจะทำอะไรนอกจากเที่ยวร่อนตามหาเมเนเจอร์ของคนอื่นหรือไงครับน้อง?”
“ผมถามพี่ก็ตอบดิวะ”
“ใช้ไปซื้อกาแฟมีอะไรมั้ย?” บังยงกุกยักคิ้วเหมือนเป็นการคุยโวกลายๆ ที่เขาทั้งมีโอกาสใกล้ชิด และยังสามารถทำอะไรกับจองเมเนเจอร์ก็ได้โดยที่ไอ้เจลโล่จะไม่มีวันได้รับสิทธิ์นั้น “เมื่อคืนแดฮยอนนอนดิ้นมากเลย...เตียงนี่สั่นยุ่บยั่บๆ หลับไม่ค่อยสนิทเลยว่ะ”
ยงกุกตบไหล่รุ่นน้องพลางคลี่ยิ้มกว้างเยาะเย้ยจนเหมือนปากจะฉีก เห็นไอ้เด็กโข่งขมวดคิ้วตวัดสายตามองตอบอย่างไม่พอใจแบบนั้นแล้วยิ่งสะใจ ก็คงจะมีแต่เรื่องนี้ล่ะนะที่เขาพอจะเอาชนะชเวจุนฮงได้ เพราะแดฮยอนดูสนิทสนมกับมันซะเหลือเกิน ให้มันอุ้มมาสองครั้งสองหนนี่ไม่ธรรมดา สั่งให้เลิกยุ่งก็ไม่เลิก!! แรดชิบหาย...แต่แรดๆ แบบนี้แหละเข้ากับกูดี แรดนักใช่มั้ย...มันต้องเจอคนปราบแรดแบบกูถึงจะสมน้ำสมเนื้อ อิอิ
จุนฮงได้ยินมาบ้างจากยองแจว่าพี่แดฮยอนย้ายไปอยู่กับไอ้รุ่นพี่นี่ แต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นนอนเตียงเดียวกัน แม้อยากจะลุกขึ้นตั๊นหน้าอีกฝ่ายแทบตายเนื่องจากกวนตีนเกินเหตุแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะทีมงานเริ่มหันมองทางพวกเขาสองคนที่มัวแต่คุยกันยุกยิก
ชายหนุ่มทั้งสองโค้งศีรษะเป็นการขอโทษที่เสียมารยาท ก่อนยอมสงบศึกลงด้วยการตั้งหน้าตั้งตาและตั้งใจฟังในสิ่งที่ผู้กำกับและทีมงานกำลังพูดในที่สุด...
จองแดฮยอนหิ้วกล่องเครื่องดื่มที่บรรจุแก้วกาแฟสองแก้วกลับมายังตึก MBC อีกครั้งหลังถูกบังยงกุกจอมเรื่องมากสั่งให้ไปซื้อจากร้านโปรดที่ห่างจากตัวตึกไปไม่ใกล้ไม่ไกลนัก ดีหน่อยที่เขาได้ชีสเค้กเป็นของแถมจากแสตมป์สะสมของหมอนั่นกลับมาด้วย ถึงได้อารมณ์ดีแบบนี้...
จองเมเนเจอร์กดลิฟต์ขึ้นมาชั้นบนที่แสนเงียบสงบเพราะดูเหมือนจะมีเพียงห้องประชุมใหญ่ห้องเดียวที่ถูกใช้งานอยู่ เขาเดินออกจากลิฟต์ก่อนเลี้ยวไปยังปีกขวาของตัวตึก แต่เพราะไม่ทันระวังทำให้แดฮยอนบังเอิญชนกับใครบางคนตรงหัวมุมเข้าอย่างจัง ร่างเล็กผงะถอยไปเล็กน้อยแต่ยังสามารถประคับประคองกล่องเครื่องดื่มได้อย่างดี จะมีก็แต่กล่องชีสเค้กที่ตกเละเทะอยู่ที่พื้นอย่างน่าเสียดาย
ใบหน้าหวานหงิกงอก้มมองชีสเค้กของโปรดตาละห้อยเพราะไม่อาจปกปิดความเสียดายได้มิด ทว่าพอเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายเท่านั้น ริมฝีปากที่เตรียมจะเอ่ยคำขอโทษก็แข็งค้างไปกลางอากาศ...
“แดฮยอน...” เสียงนุ่มเอ่ยเรียกชื่อเขาออกมาเพียงเบาๆ แต่กลับดังมากในความรู้สึกของคนฟัง ร่างเล็กตัวชาวาบมือไม้สั่นเทายอมปล่อยให้กล่องกาแฟที่สู้อุตส่าห์ถือมาหกกระจายลงสู่พื้น...
“...พี่...จีฮุน...” จองแดฮยอนครางเรียกเสียงแผ่ว ดวงตากลมร้อนผ่าวไหวระริกเมื่อเห็นชัดเต็มสองตาว่าคนตรงหน้าคือพี่จีฮุนจริงๆ
โนจีฮุน...คนรักเก่าของจองแดฮยอน
“พี่ได้ยินว่าแดฮยอนมีงานที่นี่ก็เลยมาหา...” ชายหนุ่มตัวสูงส่งยิ้มหวานที่จองแดฮยอนมักบอกเสมอว่าชอบมันมากเพียงใดส่งให้ แต่ครั้งนี้คนตัวเล็กกลับเบี่ยงใบหน้าหลบไม่ยอมสบตา ริมฝีปากเม้มแน่นเพื่อข่มความรู้สึกที่เอ่อล้นขึ้นมากลางใจ
“ผมต้องไปทำงานแล้ว...ขอตัวครับ” เขาเลือกที่จะเดินหนีไปให้ไกลจากตรงนั้น แต่โนจีฮุนไม่ปล่อยไปง่ายๆ คนตัวสูงคว้าแขนแดฮยอนฉุดกระชากเข้าไปยังห้องเก็บของใกล้ๆ ก่อนจับไหล่เล็กกดแนบผนัง มือใหญ่อีกข้างเชยคางเรียวบีบบังคับให้คนรักเก่ามองหน้ากัน และยิ่งออกแรงมากขึ้นเมื่อแดฮยอนรังแต่จะสะบัดหน้าหนี “ปล่อยผมนะ!!”
“พี่ไม่ปล่อย...เมื่อก่อนทำมากกว่านี้ไม่เห็นดิ้น” จีฮุนเริ่มพูดจาหยาบคายเพราะไม่พอใจกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้า “เดี๋ยวนี้น่ารักขึ้นตั้งเยอะ...อยากลองกลับมาคบกันดูมั้ยล่ะ? คราวนี้พี่จะดูแลนายอย่างดี...”
“หยุดพูดบ้าๆ สักที!!” แดฮยอนตวาดผลักร่างสูงตรงหน้าออกเต็มแรง เขาไม่รู้ว่าอะไรทำให้พี่จีฮุนที่แสนอบอุ่นและสุภาพเปลี่ยนไปได้มากมายขนาดนี้ แต่ตอนนี้แดฮยอนกำลังร้องไห้...ใบหน้าหวานก้มลงต่ำปล่อยหยดน้ำตารินไหลลงมาอย่างสุดจะกลั้น “กลับไปหาผู้หญิงของพี่ซะ...”
“แดฮยอน...” จีฮุนขยับเข้าไปหาหวังจะปลอบใจทว่าแดฮยอนถอยหลังหนีไปหนึ่งก้าว...
“พี่...แต่งงานแล้วนะ...” เสียงหวานสั่นพร่าเอ่ยตอกย้ำให้คนตรงหน้าได้สติ แม้ว่ามันจะเป็นประโยคที่กรีดแทงหัวใจของเขามากก็ตาม เพราะถึงยังไงจองแดฮยอนก็หนีความจริงไม่พ้นอยู่ดี...
ความจริงที่ว่าโนจีฮุนแต่งงานแล้ว...กับสาวสวยทายาทเจ้าของสถานีโทรทัศน์ชื่อดังแห่งหนึ่ง สิ่งสุดท้ายที่แดฮยอนได้ยินจากข่าวบันเทิงก่อนที่เขาจะลาออกไปพร้อมกับหัวใจที่ถูกปิดตายก็คือ...ทั้งสองตัดสินใจไปใช้ชีวิตอยู่กินกันที่ต่างประเทศ
แล้วตอนนี้...กลับมาทำไมอีก? กลับมาทำร้ายหัวใจของแดฮยอนอีกทำไมกัน...
“แดฮยอนก็รู้ว่าพี่รู้สึกยังไง...”
“ผมไม่รู้...” แดฮยอนไม่รู้จริงๆ กี่ครั้งแล้วที่ต้องพยายามทำใจให้เข้มแข็งเมื่อได้ยินชื่อโนจีฮุน แต่เพิ่งรู้ว่าสิ่งที่เขาพยายามมาตลอดมันแทบไม่มีความหมายอะไรเลย ในเมื่อกำแพงสูงที่สร้างขึ้นมันช่างเปราะบางจนไม่อาจปกป้องหัวใจของเขาจากความเจ็บปวดได้เลย...
“พี่รักแดฮยอน...จะเมื่อก่อนหรือตอนนี้ก็ยังรักเหมือนเดิม” ชายหนุ่มตอบเสียงดังฟังชัดเพราะมันเป็นเรื่องจริงที่จีฮุนยังรักแดฮยอนอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนเลวที่ปันใจให้ผู้หญิงอีกคนและแต่งงานแต่งการเพื่อฐานะทางการเงินและสังคม...แต่โนจีฮุนก็ไม่อาจลืมจองแดฮยอนที่เขารักแสนรักได้เลย...
“แต่พี่มีเมียแล้ว...ไม่เข้าใจหรือไง...” เจ้าของเสียงหวานสะอื้นฮักฟังดูเจ็บปวดลึกล้ำ
“มีเมียแล้วก็คบกันได้...แดฮยอนกล้าหรือเปล่าล่ะ...”
จองแดฮยอนจุกจนพูดอะไรไม่ออก อยากรู้นักว่าแท้จริงแล้วพี่จีฮุนเป็นคนยังไงกันแน่ ปากบอกว่ารักแต่แล้วก็หักหลังกันได้อย่างไม่ใยดี...แล้วตอนนี้ยังจะคิดหักหลังผู้หญิงที่ใช้ชีวิตอยู่กินด้วยกันทุกวันอีกเหรอ...
“พี่มันเห็นแก่ต...อื้ม!”
โนจีฮุนหยุดคำต่อว่าต่อขานของคนเคยรักด้วยริมฝีปาก บดขยี้รุนแรงโหยหา เขาข่มความเจ็บปวดที่หัวไหล่จากแรงทุบของแดฮยอน จับยึดใบหน้าบังคับให้หันกลับมารับจูบดุดันอีกครั้งเมื่อคนตัวเล็กพยายามเบี่ยงหน้าหลบเหมือนรังเกียจนักหนา
จองแดฮยอนหลับตาแน่นปล่อยน้ำตาไหลอาบลงข้างแก้มโดยไม่คิดปิดบังอีก เพิ่งรู้ว่าตนเองเสียเปรียบมากขนาดไหนที่เกิดมาตัวเล็กกว่าก็วันนี้ พี่จีฮุนทั้งกำยำและแข็งแกร่งจนทำให้เขากลายเป็นเพียงเด็กตัวน้อยๆ ในอ้อมแขน ไม่ว่าจะดิ้นรนอย่างไรก็ยังไม่สามารถหยุดความโหดร้ายเห็นแก่ได้ของอีกฝ่ายได้เลย...
หากไม่ใช่เพราะ...
บังยงกุกที่ไม่รู้มาได้ยังไงตรงเข้ามากระชากร่างสูงใหญ่ออกแล้วปล่อยหมัดเข้าใส่ซีกหน้าของโนจีฮุนเต็มแรงจนล้มลง ชายหนุ่มที่แม้จะตัวสูงน้อยกว่ากระชากคอเสื้อไอ้โนจีฮุนขึ้นจากพื้นแล้วจ้องหน้าอย่างเดือดดาลจนแม้แต่แดฮยอนเองก็ยังหวาดหวั่นกับสายตาคู่นั้น...
“อย่ามายุ่งวุ่นวายกับเมเนเจอร์ของฉันอีกถ้าไม่อยากเจ็บตัว...” ยงกุกเค้นเสียงลอดไรฟันแล้วผลักคนตรงหน้าออกจนหงายหลัง ซึ่งโนจีฮุนก็จ้องตอบกลับมาอย่างแค้นเคือง ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนพุ่งตัวเข้าหาตั้งท่าจะชกกลับ ทว่าจองแดฮยอนเข้ามายืนขวางเอาไว้ทำให้เขาต้องยอมลดกำปั้นลง
“พี่โดนมันชกแต่นายก็ยังเข้าข้างมันเหรอแดฮยอน!?”
“พี่กลับไปเถอะครับ...แล้วอย่ามาวุ่นวายกับผมอีก ขอร้องล่ะ...” เพราะผมไม่อยากเจ็บเพราะพี่อีกแล้ว...
คนถูกไล่ขบกรามแน่นด้วยความโมโห วันนี้เขาจะยอมเดินจากไปแต่สัญญาว่าจะไม่ยอมจบเรื่องเพียงเท่านี้แน่
แล้วจองแดฮยอนจะได้รู้...ว่าคนอย่างโนจีฮุนสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อของที่ตนเองรัก...
บังยงกุกยืนมองจองเมเนเจอร์ที่เอาแต่ก้มหน้าอยู่อย่างนั้นด้วยความรู้สึกมายมายที่เขาเองก็ไม่มั่นใจว่ามันมีความรู้สึกแบบไหนแฝงอยู่ข้างในกันแน่ ยงกุกออกมาตามหาแดฮยอนเมื่อเห็นว่าไปนาน แต่แล้วก็สะดุดเข้ากับแก้วกาแฟร้านประจำที่หกกระจายอยู่ตรงหัวมุมทางเดิน ไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายหายไปไหน หากไม่ใช่เพราะแผ่นสะสมแสตมป์ที่หล่นอยู่ตรงหน้าประตูห้องเก็บของนั่น...ที่ทำให้เขาได้ยินบทสนทนาของทั้งสองเกือบจะทั้งหมด...
บังยงกุกกำลังไม่พอใจ...เขาคิดอะไรไม่ออกเพราะตอนนี้ข้างในมันร้อนรุ่มราวกับว่ามีไฟสุมในอก
เขากำลังโมโหแดฮยอน...
โมโหที่แดฮยอนดูเหมือนยังอาลัยอาวรณ์กับรักครั้งเก่า
และโมโห...ที่แดฮยอนถูกจูบ...
บางทีเขาอาจจะแค่อยากเอาชนะ หรือไม่ก็อิจฉา...เหมือนเด็กขี้หวงที่กำลังถูกแย่งของสำคัญ แต่บังเอิญของสำคัญชิ้นนั้นดันไม่ใช่ของเขาก็เท่านั้นเอง...
“คุณเสร็จงานแล้วเหรอ?” แดฮยอนใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาลวกๆ พยายามควบคุมน้ำเสียงและสีหน้าให้เป็นปกติเพราะไม่ต้องการพูดถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ แต่...
“ยังรักผู้ชายคนนั้นอยู่หรือเปล่า?” ไม่มีแววล้อเล่น เพราะนัยน์ตาคู่นั้นกำลังจ้องมองคนตรงหน้าอย่างจริงจังเพื่อขอคำตอบ แดฮยอนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้เรื่องของเขาดีมากแค่ไหน แต่มันก็ทำให้เขาตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะไม่รู้จะตอบบังยงกุกว่าอย่างไร...
ถ้าตอบว่าไม่...ก็คงจะโกหก แต่ความรู้สึกที่มีอยู่ในตอนนี้เขาเองก็ไม่มั่นใจว่ามันเรียกว่ารัก...
แดฮยอนยอมรับว่าเขายังมีความรู้สึกดีๆ หลงเหลืออยู่บ้าง...แม้จะน้อยนิดก็ตาม...
“พี่แดฮยอนอยู่นี่หรือเปล่าครับ?”
เสียงแหลมของชเวจุนฮงดังแว่วมาจากด้านนอกห่างออกไปไม่ไกลนัก
“เราออกไปข้างนอกกันเถอะ...” แดฮยอนนึกขอบคุณที่จุนฮงมาได้จังหวะพอดี เจ้าของใบหน้าหวานไม่รอฟังคำอนุญาตและเดินนำออกไป “จุน...”
แต่ก่อนที่จะได้ก้าวออกไปพ้นกรอบประตู และก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะได้เอื้อนเอ่ยเรียกชื่อจุนฮงเพื่อให้เลิกเป็นห่วงและหยุดตามหา...บังยงกุกก็คว้าข้อมือของเขากระชากกลับเข้าหาตัวแล้วกดริมฝีปากทาบทับลงมาแนบแน่น...
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรแต่เขากำลังจูบแดฮยอน...
จูบด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี...จากเบื้องลึกของหัวใจที่ตอนนี้อยู่นอกเหนือจากการควบคุมไปไกลมากแล้ว...
“...อื้ออ...” คนถูกจูบครางประท้วง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนเขาตั้งตัวไม่ทัน แต่หัวใจของแดฮยอนเต้นแรงมากตอนที่ริมฝีปากสีเข้มของอีกฝ่ายคลอเคล้าบดเบียดลงมา...ยงกุกถือโอกาสตอนที่ร่างเล็กเผยอปากขยับหนีสอดปลายลิ้นเข้าเกี่ยวกระหวัดด้านในอย่างช่ำชอง
จองแดฮยอนพยายามขัดขืนและลืมตาขึ้น แต่แล้วก็ต้องปิดตาลงเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมตรงหน้าที่อยู่ใกล้ชิดกันมากกว่าครั้งไหนๆ แดฮยอนไม่เคยเห็นมาก่อน...สายตาของบังยงกุกดูร้อนแรงคล้ายกับจะแผดเผาให้เขาละลายลงไปตรงนั้น...ไม่ใช่แค่สายตาแต่เป็นทั้งหมด...
จูบนี้มันไม่ดุดันอย่างที่พี่จีฮุนปล้ำจูบเขาเมื่อครู่ แต่มัน...ดูดดื่มแล้วก็อ่อนหวานอยู่ในที
แดฮยอนคิดว่าเขา...กำลังแย่...
ก...ก็ไม่รู้มาก่อนว่าบังยงกุก...
...จูบเก่งขนาดนี้...
.
ตอนนั้นชเวจุนฮงเพิ่งออกมาจากห้องคอนโทรลที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เขาเดินตามหาพี่ชายตัวเล็กไปทั่วทั้งชั้นเพราะเป็นห่วงหลังได้ยินไอ้รุ่นพี่ยงกุกบ่นว่าใช้ไปซื้อตั้งนานป่านนี้ยังไม่มาอีก ได้ยินเสียงแว่วๆ ดังมาจากห้องเก็บของ บางทีอาจจะเป็นพี่แดฮยอน แต่ทำไมพี่แดฮยอนจะต้องเข้ามาในนี้ด้วย?? เด็กหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ จากหน้าประตู เขาไม่พบใครนอกจากตู้เก็บของมากมายเรียงรายกัน
“พี่แดฮยอนเหรอครับ??”
เสียงเรียกนั้นทำเอาแดฮยอนเบิกตากว้างพยายามทั้งผลักทั้งดันร่างตรงหน้าออกเพราะเกรงว่าจุนฮงจะเห็นเข้า ทว่าบังยงกุกไม่สนใจ เขายกมือเรียวข้างหนึ่งขึ้นจับประคองใบหน้าหวานให้แหงนเงยขึ้นรับจูบแนบแน่นที่ทวีความร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม...
เรียวปากดูดคลึงริมฝีปากนิ่มทั้งบนและล่าง ตวัดปลายลิ้นหยอกล้อกับลิ้นเล็กที่พยายามถดหนีอย่างเอาแต่ใจ บังยงกุกรั้งเอวเล็กเข้ากอดแนบชิดเมื่อรู้สึกได้ว่ากายบางระทวยอ่อนเปลี้ยจนเกือบยืนไม่อยู่ ก่อนค่อยๆ ดันร่างของจองแดฮยอนขยับเดินไปยังมุมห้องในจุดที่ลึกที่สุดที่ยากแก่การมองเห็นอย่างระมัดระวังเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเด็กหนุ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
โดยที่ริมฝีปากไม่ได้แยกจากการเลยแม้เพียงเสี้ยววินาที...
“พี่แดฮยอนหรือเปล่าครับ??”
ทว่ามีเพียงความเงียบเท่านั้นที่ตอบกลับมา เมื่อกี้...จุนฮงมั่นใจว่าได้ยินชัดเจน แต่ในเมื่อมันไม่มีเขาก็คงจะแค่หูฝาดไป เพราะมันไม่มีเหตุผลอะไรที่พี่แดฮยอนจะต้องแอบ...เด็กหนุ่มยอมหยุดค้นหาเมื่อเดินมาไกลเกินกว่าครึ่งห้องและตั้งใจจะถอยกลับ หากไม่ใช่เพราะเหลือบไปเห็นบางอย่างจากกระจกโค้งขนาดใหญ่ที่มุมห้องเสียก่อน...
กระจกที่สะท้อนให้เห็นร่างของคนสองคนอย่างชัดเจนจากตรงนี้...
บังยงกุกกับจองแดฮยอนกำลัง...
...จูบกัน...
หากเป็นทุกทีจุนฮงคงไม่ยอมอยู่เฉย เพราะรู้ดีว่าจองแดฮยอนไม่ใช่คนที่จะปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ใครทำรุ่มร่ามได้ง่ายๆ เขามั่นใจว่าไอ้รุ่นพี่นั่นจะต้องบังคับขืนใจพี่แดฮยอน แต่แล้วทำไมภาพที่เขาเห็น...พี่แดฮยอนถึงได้ไม่สู้ขัดขืนอะไรเลย แม้แต่ในตอนนี้ที่ถูกบังยงกุกจับสองแขนคล้องขึ้นรอบลำคอหนา...
ชเวจุนฮงหน้าชา...ก้อนเนื้อในอกซ้ายมันปวดร้าวยิ่งกว่าถูกกระชากหัวใจออกไปจากอก เขาเจ็บจนพูดอะไรไม่ออกกลั้นใจถอยห่างออกมาจากตรงนั้นก่อนที่หยดน้ำตาจะร่วงหล่น จุนฮงเพียงแค่อยากรู้...ว่าเสียงเรียกของเขามันเบาเกินไปหรือพี่ตั้งใจทำเป็นไม่ได้ยินกันแน่...
บางที...ชเวจุนฮงอาจจะยังเด็กเกินไปอย่างที่ใครๆ ว่า...
เพราะตอนนี้เขาไม่เข้าใจพี่แดฮยอนเลย...
ไม่เข้าใจเลยจริงๆ
.
จองแดฮยอนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงไม่ยอมปฏิเสธ จะร้องเรียกให้จุนฮงช่วยก็ได้ แต่ทำไมเขาถึงไม่ทำ ยอมปล่อยตัวปล่อยใจปล่อยให้ริมฝีปากถูกรุกล้ำครอบครองอยู่อย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในห้องที่เงียบแสนเงียบ...เงียบจนได้ยินเพียงแต่เสียงหัวใจของเราสองคนที่เต้นดังโครมครามไม่ต่างกัน...
ตาหวานค่อยๆ หลับพริ้มลงเพื่อซึมซับรสจูบนุ่มนวล...ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น
แดฮยอนคิดว่าสิ่งที่รุ่นพี่ฮานาเคยพูดเอาไว้มันผิดถนัดเลย...
เพราะบังยงกุกไม่เหมือนโนจีฮุน...
ไม่เหมือนเลยสักนิดเดียว...
“อะไรนะ!? นี่มึงจูบแดฮยอน!??”
เสียงทุ้มของคิมฮิมชานโวยวายเสียงดังลั่นบ้านทำเอาบังยงกุกใจกระตุกวูบรีบส่งมือไปปิดปากเพื่อนรักตามสัญชาตญาณ แร็ปเปอร์คนดังหน้าร้อนผ่าว นิ้วชี้เรียวทำท่าจุ๊ปากเหมือนกังวลว่าจะมีใครได้ยินเข้าแม้ว่าเราจะอยู่ด้วยกันเพียงแค่สองคนก็ตาม
“ไอ้ห่า! บอกว่าอย่าเสียงดังไง!” พูดแล้วก็อายชิบหาย นี่ก็ยังคิดไม่ออกเลยว่าถ้าเจอหน้ากันอีกครั้งกูจะวางตัวยังไง ปกติมีผู้หญิงรุมห้อมล้อมมากมายยิ่งกว่าต่อแถวซื้อของลดราคา แต่กู...เผลอพลาดท่าไปจูบลูกสาว เอ้ย! ลูกชายเขาได้ไงวะ...อายจัง...
คือหลังจากจูบเสร็จแดฮยอนก็ไม่กล้ามองหน้ากูเลยไง กูเองก็ด้วย...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรลงไป
รู้แค่อยากจูบ...และต้องได้จูบ
เพราะอยากเอาชนะหรือแค่ความอิจฉา ยงกุกคิดว่าเขาได้คำตอบแล้ว...ก็เออ...ทั้งสองอย่างนั่นแหละ... สุดท้ายก็เลยลงเอยอย่างที่เห็น แดฮยอนบอกว่าจะไปทำธุระที่อื่นให้เขากลับมาก่อนได้เลย หรือว่านี่แม่งเป็นการตีตัวออกห่างวะ??
แต่ไม่น่าใช่มั้ง...เพราะในห้องเก็บของกูก็จูบไปจนปากเบินขนาดนั้น ถ้าไม่ชอบก็คงตบกูหน้าหันแล้ว เอ้ยๆ เขาเป็นผู้ชายต้องต่อยสิเนอะ...
โอ้ย!! ไม่รู้ว่ะ!! ตอนแรกกูยอมรับนะว่าโมโหมากที่เห็นแดฮยอนถูกไอ้ถ่านไฟเก่าตัวยักษ์นั่นจูบ แต่พอได้จูบกูแม่งหายโกรธเลยเนี่ย เซ็ง...ก็ปากหวานง่ะ กูงี้หยุดแลกลิ้นไม่ได้เลย...ฮิมชานก็ถามๆ นะว่ารู้สึกยังไง กูก็ตอบไป...
หัวใจเต้นแรง หน้าแดงทุกที ใช่เธอหรือนี่ ที่คอยตลอดมา...
เชี่ยไรเนี่ย!!
แต่แม่งควบคุมไม่อยู่ รู้เลยว่าตัวสั่น แค่เจอไม่นาน ถูกใจฉันเหลือเกิน...
เชี่ยกว่าเดิมอีก...
“กูบอกได้เลยว่ามึงปิ๊งแดฮยอนชัวร์ๆ” ฮิมชานหรี่ตามองอย่างล้อเลียนเพราะเขาไม่ได้เห็นไอ้ยงกุกเป็นแบบนี้มานานมากแล้ว ปกติเขาไม่อยากวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของมันสักเท่าไหร่ รู้ๆ กันอยู่ว่าบังยงกุกคั่วผู้หญิงเยอะจนหาจริงจังกับใครไม่ได้สักคน...แต่ถ้าคนๆ นั้นจะเป็นแดฮยอนล่ะก็นะ...คิมฮิมชานคนนี้ขอสนับสนุนเต็มที่
“เห้ย! ปิ๊งเหี้ยอะไรเลอะเทอะ!!!”
ก็แค่ไม่ชอบขี้หน้าไอ้โนจีฮุนอะไรนั่น แล้วก็ไม่อยากให้ใครมาจูบแดฮยอน...แค่นั้นเองนะโว้ย!!
แต่พูดตรงๆ เห็นแดฮยอนร้องไห้แล้วเครียดชิบหาย...กลัวกลับไปคืนดีกับแฟนเก่า ไอ้โนจีฮุนตัวจริงแม่งหล่อกว่าในรูปอีก ออร่าเปล่งประกายมาแต่ไกลไม่แปลกใจที่ได้เป็นแฟนกับคนน่ารักๆ อย่างจองเมเนเจอร์
สัส!! ไม่ได้ๆ กูจะเผลอไปชมมันไม่ได้!!
ไอ้ขี้เหร่! ไอ้หน้าเหี้ย! ไอ้โนจีฮุน...หน้ามึงก็ไม่ได้หนีไปไกลจากส้นตีนกูเท่าไหร่ร้อกกก!!
ปลอบใจตัวเองไปแต่ข้างในเศร้าชิบหาย...
ถึงแดฮยอนจะไม่ได้ตอบคำถามของเขาที่ถามว่ายังรักอยู่มั้ย แต่ยงกุกก็พอจะดูออกว่ายังไม่ลืม...
แม่งเอ้ย...ก็ถ้ากลับไปคืนดีกันขึ้นมาจริงๆ แล้วกูอะ!?
กูอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
“งั้นมึงลองจูบกูดูมั้ย?” ริมฝีปากอดคลี่ยิ้มกับปฏิกิริยาน่ารักของคนข้างๆ ไม่ได้ที่ยังอุตส่าห์พยายามปฏิเสธอยู่ได้ว่าไม่ได้ปิ๊งทั้งที่ออกอาการชัดเจนมากขนาดนั้น มันน่าสงสัยตั้งแต่ไปเช็ดตัวให้น้องเขาแล้ว ทุกทีมันเคยสนใจเมเนเจอร์ที่ไหน...ตายเป็นตาย...
“เออก็ดีนะ...” ยงกุกบ้าจี้ตอบรับข้อเสนอของอีกฝ่ายอย่างง่ายดายเพราะต้องการพิสูจน์ตัวเอง...เขาหันหน้าไปหาคนข้างตัวที่ค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าหล่อที่ติดไปทางหวานอยู่บ้างของมันเข้ามาใกล้ๆ แต่... “ไอ้สัสกูจะอ้วก!! ไปไกลตีนเลยนะมึง!!”
เขาผลักไอ้วอกที่นั่งหัวเราะท้องขดท้องแข็งออกจนมันล้มนอนหงายบนโซฟา กูเกือบไปแล้วไง...จะให้กูจูบผู้ชายเนี่ยนะ!? ยิ่งกับไอ้ฮิมชานนี่เลิกคิดไปได้เลย เห็นกันมาตั้งแต่สมัยไหน กู 9 นิ้ว มัน 7 นิ้ว แค่คิดขนหัวกูนี่ลุกเกรียวกราวไปหมด แต่ตอนอยู่กับแดฮยอนขนไม่เคยลุกนะ เพราะจู๋แม่งทำหน้าที่แทนหมดเลย...ลุกพรึ่บพรั่บๆ แข็งกว่านี้อีกนิดกูก็ใช้เดินแทนขาได้แล้วมั้ง...
หรือว่ากูจะปิ๊งแดฮยอนจริงๆ
ได้ไงวะ? ไม่ใช่สเป็คกูเล้ยยย...ของกูนี่ต้องขาว สวย เอ็กซ์ เซ็กส์มัน และมีจิ๋ม...ลืมๆ นมนี่ก็สำคัญ จริงๆ ชอบคัพ D แต่ C ก็ได้ใกล้เคียงกัน ต่ำกว่านี้อย่าได้หวังขึ้นเตียงด้วยเลย แล้วดูแดฮยอน...ไม่มีเหี้ยอะไรสักอย่าง แต่ตัวเล็กน่ารักมุ้งมิ้ง นุ่มนิ่มไปทั้งตัวโดยเฉพาะที่ก้น...ส่วนเซ็กส์นี่ไม่รู้ว่ะ ต้องลองก่อน...
งั้นกูจะยอมลดสเป็คลงให้นิดนึงก็ได้...เผื่อจะได้ลองมีเซ็กส์กันดูไง เนอะๆ
“มึงกับพี่มึงนี่นิสัยไม่เหมือนกันเลยว่ะ...พี่มึงแม่งเลว”
“อ้าวไอ้เหี้ยนี่...ด่าพี่กูอีก” จะว่าไปไอ้ฮิมชานมันลงทุนมาหาเขาถึงนี่เพื่อปรึกษาเรื่องยงนัม แต่กลายเป็นกูปรึกษาเรื่องตัวเองเฉ้ย~
“ก็พี่มึงไม่เคยสนใจความรู้สึกกูเลย...” ฮิมชานถอนหายใจ นัยน์ตาของคนพูดหงอยเหงาพอๆ กับน้ำเสียงก็ฟังดูห่อเหี่ยว
“คิดมากเป็นตุ้ดไปได้ คบกันมาตั้งกี่ปี...ถึงนัมมันจะเจ้าชู้แต่มันก็รักมึงมาก เมื่อคืนมันก็เพ้อหาแต่มึง...”
“กูเหนื่อยว่ะ...ขอพักแป๊บนึงนะ” ฮิมชานเอนศีรษะลงพิงไหล่เพื่อนรักที่พยายามพูดจาปลอบโยนเขาในแบบของตัวเอง ถึงยงกุกมันจะเอาแต่ใจแล้วก็บ้าๆ บอๆ ของมันไปวันๆ แต่ก็ยังมีมุมอ่อนโยนที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่เคยเห็น หากบังยงกุกรักใครขึ้นมาจริงๆ ก็จะจริงจังกับคนๆ นั้นเพียงคนเดียว ขนาดคู่นอนยังควงอยู่แค่ทีละคน ต่างจากบังยงนัมโดยสิ้นเชิง...ที่แม้จะมีเขาอยู่ข้างกายแต่ก็ยังเที่ยวไปนอนกับผู้หญิงและหว่านเสน่ห์ใส่ผู้ชายคนอื่นจนยากเหลือเกินที่จะรับไหว
“ค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากันไป...ของแบบนี้ต้องใช้เวลา” ยงกุกขยี้หัวเพื่อนรักที่ตอนนี้ดูเหนื่อยใจกับความรักเสียเหลือเกิน “ความจริงกูก็ไม่ได้อยากได้มึงเป็นพี่สะใภ้หรอกนะ แต่ก็คงดีกว่าเป็นคนอื่น...”
“ควาย...แต่ก็ขอบใจ...”
ไม่มีใครพูดอะไรต่ออีก ฮิมชานถอนหายใจยาวและหลับตาลงเพื่อให้เวลากับตัวเองได้คิดใคร่ครวญเรื่องที่แสนหนักอกหนักใจบนบ่าแข็งแรงของเพื่อนรัก สักพักก็ยกศีรษะออก นั่นทำให้เขาเห็นใครอีกคนที่ยืนอยู่ตรงมุมห้อง “อ้าวแดฮยอนมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
บังยงกุกรีบดีดตัวออกไปนั่งอีกฟากหนึ่งของโซฟาทันใด ใบหน้าหล่อหันขวับมองคนมาใหม่ด้านหลังรวดเร็วราวกับถูกจับได้ว่ากระทำความผิด จองเมเนเจอร์โค้งศีรษะให้คิมฮิมชานก่อนจ้องมองเขาด้วยสีหน้าที่ไม่อาจคาดเดา
“เมื่อกี้ครับ...ผมขอตัวก่อน” คนตัวเล็กรีบก้าวฉับๆ เข้าห้องนอนเหมือนจงใจหลบหน้า
“เชี่ยเอ้ย! แดฮยอนเข้าใจผิดหมด มึงรอนี่นะเดี๋ยวกูมา...” สองขายาวรีบเดินตามเมเนเจอร์ตัวเล็กไปเพื่อปรับความเข้าใจ ไม่รู้หรอกว่าแดฮยอนเห็นหรือได้ยินอะไรมากแค่ไหนแต่แค่ไม่อยากไม่อยากให้เข้าใจผิด...ทว่าพอเข้าห้องนอนปุ๊บก็เจอแจ็คพ็อตปั๊บ แดฮยอนแม่งกำลังจะถอดเสื้อ โอ้ย!! จะอาบน้ำหรอขออาบด้วยคนจิ...
คนตัวเล็กดูเขินอายรีบดึงเสื้อที่ลอยขึ้นเหนือเอวเมื่อครู่กลับลงมาดังเดิม มันน่าอึดอัดที่จองเมเนเจอร์ไม่ยอมมองหน้าและไม่ยอมพูดกับเขาเลยสักคำ ทำให้บังยงกุกทนไม่ไหวเข้าไปดึงข้อมือให้อีกฝ่ายหันมาเผชิญหน้ากันตรงๆ
“หลบหน้าฉันทำไม? หันมาคุยกันก่อน...”
“ผมจะอาบน้ำนอนแล้ว...” ตาใสแจ๋วยังคงเลี่ยงหลบ เพราะทุกครั้งที่เขามองหน้าบังยงกุก...ภาพจูบเมื่อช่วงบ่ายก็ฉายชัดขึ้นมาในห้วงความคิดพานทำให้ดวงหน้าหวานแดงซ่านไปหมด
“โอเค...งั้นฉันตามไปคุยในห้องน้ำก็ได้...” ยงกุกยิ้มกรุ้มกริ่มหน้าแป้นแล้น
“ทะลึ่ง! อยากคุยนักก็ไปคุยกับพี่ฮิมชานสิ...” จองแดฮยอนปากไวตอบออกไปตามที่ใจคิด เพราะเขาไม่อยากคุยกับบังยงกุกจริงๆ พี่ฮิมชานก็อยู่ข้างนอกนั่นไม่ใช่หรือไง...แล้วกับแฟนพี่ชายก็ไม่เว้นอีกเหรอ?
แต่ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ควรที่จะ...
...จูบเขาแบบนั้นเลย...
“ก็ฉันอยากคุยกับนาย...” เสียงต่ำตอบหนักแน่น ถึงอีกฝ่ายจะไม่ยอมมองหน้ากันแต่เขาก็เห็นชัดเจนว่าจองแดฮยอนแก้มแดงวาบ ไม่รู้แหละ...กูแก้ตัวไปก่อน อยากอธิบายให้ฟัง อย่าเข้าใจผิดเลย “ฮิมชานมันมาปรึกษาเรื่องยงนัม ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้นเลย...นายก็รู้ว่ามันคบกับพี่ชายฉันอยู่...”
“แต่คุณก็หน้าเหมือนกัน”
“?????”
ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง...กว่าจะรู้ว่าพูดอะไรแปลกๆ ออกไปก็ตอนที่เห็นสายตาของบังยงกุกมองกลับมาเหมือนประหลาดใจเสียเต็มประดา แดฮยอนวางหน้าไม่ถูกได้แต่ก้มหน้างุดจนปลายคางเกือบชิดอก ไม่มีอะไรจะบรรยายคำพูดของเขาเมื่อสักครู่นี้ได้ดีไปกว่าคำว่าขุดหลุมฝังตัวเองอีกแล้ว...
“คือผม...ผมขอตัวไปอาบน้ำ”
ร่างเล็กคว้าผ้าขนหนูบนเตียงตั้งท่าจะเดินหนีไปแต่เป็นอีกครั้งที่ถูกบังยงกุกฉุดแขนกลับมา ชายหนุ่มยิ้มกว้างดวงตาพราวระยับ ครั้งก่อนมันไม่ชัดเจนนักเพราะแดฮยอนเหมือนแค่ต้องการตำหนิที่เขาทำตัวลามกประเจิดประเจ้อบนโซฟา แต่กับครั้งนี้...
กูว่าหึง หึงแน่ๆ ดูยังไงแม่งก็หึง!!
แล้วหึงน่ารักชิบหาย ไม่เหมือนพวกผู้หญิงที่มาแว้ดๆ ใส่หูหาว่ากูมีใหม่ อีพวกนั้นกูตบคว่ำไปหลายรายแล้ว...
คือตอนนี้กูดีใจมาก...รู้สึกเหมือนมีปีกงอกออกมาจากด้านหลังเลยว่ะ
แต่ติดใจอยู่นิดนึง...
หึงไอ้ฮิมชานอะนะ???
อย่าหึงเลย...เพราะแค่คิดกูก็แทบสำรอกออกมาแล้ว...
“กับฮิมชาน...เป็นแค่เพื่อนกันนะ” ยงกุกชี้แจงด้วยความบริสุทธิ์ใจ “เพื่อนที่ไม่มีวันขยับไปเป็นอย่างอื่น...”
แดฮยอนอยากจะบอกออกไปนักว่าเขาไม่ได้อยากรู้สักหน่อย...แต่แล้วทำไมถึงได้โล่งใจแปลกๆ ที่ได้ยินแบบนั้น คนตัวเล็กเหลือบตาขึ้นมองร่างสูงตรงหน้า...ท่าทีของบังยงกุกเปลี่ยนไป ฝ่ายนั้นเงียบไปครู่หนึ่งขณะยกมือขึ้นเกาท้ายทอยเหมือนเขินอายที่จะพูดต่อ...สุดท้ายนัยน์ตาเรียวรีก็จ้องมองเขาตาหวานเชื่อมก่อนเอ่ยบางอย่างออกมา...
บางอย่างที่ทำให้จองแดฮยอนแก้มแดงวาบขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ...
บางอย่างที่ทำให้จองแดฮยอนใจเต้นแรงจนเหมือนจะทะลุออกมานอกอก...
“ไม่เคยจูบกันด้วย...”
และบางอย่างที่ทำให้จองแดฮยอนไม่สามารถโกหกตัวเองได้อีกต่อไปว่าไม่อยากฟัง...
“...จูบนายคนเดียว”








